Page 2077 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2077

๒๐๕๙



                                                           ิ
                 ค าโต้แย้งจากคู่ความนั้นมีอานาจเด็ดขาดในการพจารณาในประเด็นว่าค าโต้แย้งนั้นเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่ง
                 กฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญเคยมีค าวินิจฉัยในเรื่องนั้นแล้ว
                 หรือไม่ หากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา เป็นอ านาจของศาลอทธรณ์หรือศาลฎีกา
                                                                                           ุ
                        ิ
                                                                                            ุ
                 ในการพจารณาสั่งค าร้องนั้น ค าสั่งศาลในเรื่องนี้ถือเป็นค าสั่งระหว่างพจารณาที่จะต้องอทธรณ์ไปพร้อมกับ
                                                                             ิ
                 ค าพิพากษาหรือค าสั่งที่ท าให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลนั้น
                                                                       ิ
                            อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาข้างต้น เห็นว่ากระบวนพจารณาและการด าเนินงานในการส่งค าโต้แย้ง
                 ของคู่ความไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังกล่าว ยังมีปัญหาและข้อพิจารณาบางประการอยู่บ้าง ดังต่อไปนี้
                                                                          ี
                                                                       ื่
                            (๑) ปัญหาเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาของศาลเมอมค าโต้แย้งจากคู่ความตามรัฐธรรมนูญ
                 มาตรา ๒๑๒
                            เนื่องจากไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ หรือระเบียบใดในเรื่อง
                                                                                            ิ
                 นี้ ท าให้มีความไม่ชัดเจนในสองประเด็นว่า ในกรณีที่มีค าโต้แย้งจากคู่ความในกระบวนพจารณาไม่ว่าจะใน
                 ระหว่างนัดสืบพยาน หรือโดยการยื่นค าร้องในเวลาอน ๆ ศาลที่พิจารณาคดีที่มีการโต้แย้งดังกล่าวนั้นจะมีเวลา
                                                            ื่
                 พจารณาในการสั่งค าร้องว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัยภายในระยะเวลาเท่าใด ทั้งนี้
                  ิ
                                                                    ิ
                 เนื่องจากศาลที่รับค าโต้แย้งนั้นจะต้องพจารณาว่า กรณีตามคาโต้แย้งนั้น เป็นการโต้แย้งในเรื่องบทบัญญัติแห่ง
                                                 ิ

                 กฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหรือไม่ และมีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนั้นหรือไม่ ซึ่งจาก
                 การศึกษาพบว่าการพจารณาว่าบทบัญญัติดังกล่าวถือเป็นบทบัญญัติที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหรือไม่นั้นมี
                                    ิ
                                        ิ
                         ี
                 รายละเอยดที่จ าเป็นต้องพจารณาอย่างรอบคอบเพอให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบ
                                                              ื่
                 รัฐธรรมนูญก าหนดไว้ให้ถูกต้อง เพราะมีกรณีเช่นกันที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าค าโต้แย้งที่ ศาลยุติธรรม
                 หรือศาลปกครองส่งไปนั้นไม่ใช่กรณีของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี เช่นกรณีที่ศาลอาญา
                                                                                         ิ
                                                                 ั
                 ส่งค าโต้แย้งเกี่ยวกับการตั้งข้อหาและค าสั่งของพนักงานอยการไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัย (ค าสั่ง
                 ศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔๕/๒๕๖๑) หรือศาลปกครองกลางเคยส่งกรณีค าโต้แย้งของคู่ความ ในกฎหมายปกครอง
                 มาตราที่ก าหนดโทษอาญาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัย (ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๖/๒๕๖๓) 22
                                                           ิ
                 นอกจากนี้ การตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่นั้นก็จะต้องอาศัยการ

                                                                                          ิ
                 สืบค้นและศึกษาค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ควรใช้เวลาในการพจารณาสักระยะหนึ่ง
                 ดังจะได้กล่าวถึงในข้อต่อไป
                                                                                               ี
                            นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ยังคงไม่ชัดเจนว่า ถือว่าเป็นค าขอที่ศาลต้องให้คู่ความอกฝ่ายหนึ่งหรือ
                                                                              ื่
                 คู่ความอน ๆ มีโอกาสคัดค้าน หรือต้องฟงคู่ความอกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอน ๆ ก่อน ตามมาตรา ๒๑ (๒) และ
                        ื่
                                                           ี
                                                  ั
                 (๓) หรือไม่ เนื่องจากโดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้ว เห็นว่ากระบวนการโต้แย้งของคู่ความตามรัฐธรรมนูญ
                 มาตรานี้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของคู่ความฝ่ายที่เห็นว่าตนจะได้รับผลกระทบจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่
                 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กับศาลที่จะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดี และผู้ที่จะพจารณาวินิจฉัย
                                                                                               ิ

                 22  ในเรื่องนี้ศาลปกครองกลางส่งค าโต้แย้งของผู้ฟ้องคดีว่า พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ าไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖
                 มาตรา ๑๑๗ และมาตรา ๑๑๘ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวนั้น มาตรา ๑๑๗ เป็นกฎหมายปกครองที่ว่า
                 ด้วยการขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ าล าน้ า ส่วนมาตรา ๑๑๘ เป็นโทษอาญากรณีที่ฝ่าฝืนมาตรา ๑๑๗ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญรับ
                 ไว้เฉพาะกรณีของมาตรา ๑๑๗ ซึ่งเป็นประเด็นในคดีปกครองดังกล่าว ส่วนมาตรา ๑๑๘ เป็นโทษอาญาที่อยู่ในอ านาจพิจารณา
                 พิพากษาของศาลยุติธรรมจึงไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลปกครองกลางจะใช้บังคับแก่คดี.
   2072   2073   2074   2075   2076   2077   2078   2079   2080   2081   2082