Page 210 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 210
๑๙๗
ต้องการลดยอดหนี้ภาษีอากรค้างให้เหลือน้อยลงหรือหมดสิ้นไป ดังนั้นเครื่องมือที่เป็นหัวใจส าคัญใน
กระบวนการเร่งรัดภาษีอากรค้างให้บรรลุตามเป้าประสงค์ก็คือกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติตลอดจน
บุคลากร ซึ่งกฎหมายแต่ละหน่วยงานจัดเก็บภาษีควรสอดคล้องกัน โดยเฉพาะกรมสรรพากร กรมศุลกากร
กรมสรรพสามิต ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงการคลัง แต่ในการเร่งรัดจัดเก็บหนี้ภาษีอากร
ค้างได้บัญญัติกฎหมายรองรับไว้แตกต่างกัน กล่าวคือ
๑.๑ กรมสรรพากร มีบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ว่า ภาษีอากรซึ่งต้อง
เสียหรือน าส่งตามลักษณะนี้ เมื่อถึงก าหนดช าระแล้ว ถ้ามิได้เสียหรือน าส่ง ให้ถือเป็นภาษีอากรค้าง
ื่
เพอให้ได้รับช าระภาษีอากรค้าง ให้อธิบดีมีอานาจสั่งยึดหรืออายัดหรือขายทอดตลาด
ทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือน าส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักร โดยมิต้องขอให้ศาลออก
หมายยึดหรือสั่ง อ านาจดังกล่าวอธิบดีจะมอบให้รองอธิบดีหรือสรรพากรเขตก็ได้
ในจังหวัดอนนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอาเภอมีอานาจ
ื่
เช่นเดียวกับอธิบดีตามวรรคสอง ภายในเขตท้องที่จังหวัดหรืออาเภอนั้น แต่ส าหรับนายอาเภอนั้น จะใช้
อ านาจสั่งขายทอดตลาดได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ิ
วิธีการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความ
แพ่งโดยอนุโลม ส่วนวิธีการอายัดให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีก าหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดดังกล่าว ให้หักค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและขาย
ทอดตลาดและเงินภาษีอากรค้าง ถ้ามีเงินเหลือให้คืนแก่เจ้าของทรัพย์สิน
ผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรตามวรรคสอง ให้หมายความรวมถึงผู้เป็นหุ้นส่วนจ าพวก
ไม่จ ากัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วย
มาตรา 12 ทวิ เมื่อได้มีค าสั่งยึดหรืออายัดตามมาตรา 12 แล้ว ห้ามผู้ใดท าลาย ย้ายไป
เสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่บุคคลอื่นซึ่งทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดดังกล่าว
มาตรา 12 ตรี เพอประโยชน์ในการด าเนินการตามมาตรา 12 ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา
ื่
12 หรือสรรพากรจังหวัดมีอ านาจ
(1) ออกหมายเรียกผู้ต้องรับผิดช าระภาษีอากรค้าง และบุคคลใด ๆ ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่า
จะเป็นประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีอากรค้างมาให้ถ้อยค า
(2) สั่งบุคคลดังกล่าวใน (1) ให้น าบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นอันจ าเป็นแก่การจัดเก็บ
ภาษีอากรค้างมาตรวจสอบ
(3) ออกค าสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรท าการตรวจค้นหรือยึดบัญชี เอกสาร
หรือหลักฐานอื่นของบุคคลดังกล่าวใน (1)
การด าเนินการตาม (1) หรือ (2) ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันได้รับ
หมายเรียกหรือค าสั่ง การออกค าสั่งและท าการตาม (3) ต้องเป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีก าหนด
๑.๒ กรมสรรพสามิต มีบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 143
ื่
ว่า เพอให้ได้รับช าระภาษีค้าง ให้อธิบดีมีอานาจออกค าสั่งเป็นหนังสือยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของ
ผู้ค้างช าระภาษีได้โดยมิต้องขออ านาจศาล