Page 2134 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2134

๒๑๑๖





               Nations Human Rights Committee) ให้ความเห็นทั่วไปเกี่ยวกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ

               พลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๑๔ การพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ดังนี้

                        หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ซึ่งเป็นหลักการพนฐานในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้น
                                                                       ื้
                                        ิ
                        ก าหนดภาระการพสูจน์แก่ผู้ด าเนินคดีในการพสูจน์ข้อกล่าวหา ประกันว่าจะไม่มีการสันนิษฐาน
                                                               ิ
                        ความผิดเว้นแต่ข้อกล่าวหาจะได้รับการพสูจน์โดยปราศจากความสงสัยตามสมควร และรับรองว่า
                                                          ิ
                                                                ๑๙๔
                        ผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับประโยชน์จากความสงสัย...”

                        ตามความเห็นข้างต้น จะเห็นได้ว่าคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติพยายามวาง
                                                                               ้
               หลักให้ครอบคลุมหลักการในระบบคอมมอนอลอว์และระบบซีวิลลอว์ โดยอางทั้งเรื่องภาระการพสูจน์และ
                                                                                                 ิ
               การยกประโยชน์แห่งความสงสัย ซึ่งใช้อยู่ในแต่ละระบบกฎหมายควบคู่กัน
                                       ิ
                        นอกจากนี้ ในวิธีพจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court: ICC)
                               ิ
               ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นวิธีพจารณาที่พยายามผสมผสานระหว่างระบบซีวิลลอว์และระบบคอมมอนลอว์ ในธรรมนูญ
               กรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) ก็

               รับรองหลักการพสูจน์ในระดับปราศจากความสงสัยตามสมควรไว้ในข้อ ๖๖ ซึ่งมีเนื้อความดังนี้ ๑. บุคคล
                              ิ
               ย่อมได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ในศาลได้ว่ากระท าความผิดตามกฎหมายที่ใช้
                         ั
                                                                           ิ
               บังคับ ๒. อยการมีหน้าที่ต้องพสูจน์ความผิดของจ าเลย และ ๓. ในการพพากษาลงโทษจ าเลยศาลต้องแน่ใจ
                                         ิ
                                                                         ๑๙๕
                                                                             ั
               ว่าจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิดโดยปราศจากความสงสัยตามสมควร  อนเป็นการก าหนดมาตรฐานการ
                                                                                     ๑๙๖
               พิสูจน์ในระดับปราศจากความสงสัยตามสมควรตามแนวทางของระบบคอมมอนลอว์
                                                                                             ิ
                      จากการตรวจสอบการใช้หลักยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จ าเลย และหลักการพสูจน์ในระดับ
               ปราศจากความสงสัยตามสมควรของไทยจากค าพพากษาศาลฎีกา พบว่าช่วงเริ่มต้นแห่งการรับระบบ
                                                           ิ
               กฎหมายสมัยใหม่มาใช้ กล่าวคือ ในยุคที่ใช้พระราชบัญญัติลักษณะพยาน รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๓ และ

               พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความมีโทษส าหรับใช้ไปพลางก่อน รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๕ ศาลฎีกาเน้นไปที่หลัก
                                                                      ิ
               ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จ าเลย ดังปรากฏตามตัวอย่างค าพพากษาศาลฎีกาในห้วงเวลานั้นที่ศาลฎีกา
               น าหลักยกประโยชน์แห่งความสงสัยมาปรับใช้ในหลายคดี โดยเฉพาะค าพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๖/๒๔๕๕, ๖๖๑/


               ๑๙๔  General Comment No. 32, Article 14: Right to Equality before Courts and Tribunals and to a Fair Trial,
               UN Doc. CCPR/C/GC/32.
               ๑๙๕  กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย, ค าแปลธรรมนูญกรงโรมว่าดวยศาลอาญาระหว่างประเทศ, (กรุงเทพมหานคร: กรม
                                                        ุ
                                                               ้
               สนธิสัญญาและกฎหมาย, ๒๕๔๐), น.๔๒.
               ๑๙๖  Mauro Polity and Federica Gioia, “The Criminal Procedure before the International Criminal Court: Main
               Features,   The Law and Practice of International Courts and Tribunals, Vol   5, Issue 1 (March 2006),
                       ”
                                                                                  .
               p.114.
   2129   2130   2131   2132   2133   2134   2135   2136   2137   2138   2139