Page 2131 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2131
๒๑๑๓
พยานหลักฐานของศาลจึงอาศัยบทบัญญัติ ๒ มาตรานี้ เป็นหลักมาโดยตลอด ซึ่งแนวทางตามบทบัญญัติ ๒
ื้
มาตรานี้ มีลักษณะท านองเดียวกับแนวทางของภาคพนยุโรป แต่การแก้ไขเพมเติมประมวลกฎหมายวิธี
ิ่
ั
ิ
๑๘๙
ิ่
พจารณาความอาญาในปี ๒๕๕๑ เพมเติมบทบัญญัติว่าด้วยการรับฟงพยานหลักฐานเข้าไปในประมวล
ิ
กฎหมายวิธีพจารณาความอาญาหลายมาตรา โดยเฉพาะบทบัญญัติมาตรา ๒๒๖/๒ ที่ก าหนดเป็นหลักการ
ื่
ห้ามมิให้ศาลรับฟงพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระท าความผิดครั้งอน หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสีย
ั
ั
ของจ าเลย และมาตรา ๒๒๖/๓ ที่ก าหนดเป็นหลักการห้ามรับฟงพยานบอกเล่าลักษณะเดียวกับบทตัดพยาน
ในระบบคอมมอนลอว์ รวมถึงการเพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา ๒๒๗/๑ ว่าด้วยการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานบอก
ื่
เล่า พยานซัดทอด พยานที่จ าเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอนดู
ั
เหมือนว่าจะท าให้กระบวนการรับฟงและวินิจฉัยพยานหลักฐานในคดีอาญาแยกออกจากกันเด่นชัดและโน้ม
เอียงไปตามแนวทางในระบบคอมมอนลอว์
ิ
เมื่อกล่าวโดยเฉพาะถึงบทบัญญัติมาตรา ๒๒๖ และมาตรา ๒๒๗ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าให้อสระ
แก่ศาลในการรับฟงและวินิจฉัยพยานหลักฐาน สอดคล้องกับหลักอสระในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน (free
ั
ิ
evaluation of evidence) ของภาคพนยุโรป ซึ่งปรากฏตามรายงานที่เสนอต่อคณะกรรมการร่างประมวล
ื้
ั
ิ
กฎหมายที่ว่า หลักการเรื่องพยานหลักฐานให้ผู้พพากษามีอสระรับฟงพยานหลักฐานทุกชนิด สนับสนุนว่า
ิ
ิ
ั
ิ
หลักการรับฟงพยานหลักฐานที่วางไว้เดิมในประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาให้อสระแก่ศาลตาม
หลักการดังกล่าว ซึ่งในส่วนของการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานก็ปรากฏค าอธิบายสอดรับกันว่า
ิ
ิ
...ผู้พพากษาไม่ถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์พเศษ แต่ถูกก ากับโดยกฎเกณฑ์ธรรมดาสามัญ และผู้
พพากษามีอานาจสูงสุดหลังจากมีการสืบพยานหลักฐานแล้วในการที่จะประเมินคุณค่า
ิ
ิ
พยานหลักฐาน ความสุจริตใจของพยาน และความส าคัญของพยานวัตถุ กฎหมายอาศัยผู้พพากษา
ในการพิจารณาพยานหลักฐานทั้งปวง ซึ่งผู้พิพากษาจะมีค าวินิจฉัยว่าอะไรที่ปรากฏต่อเขาเป็นจริง
ี
หลังจากได้ไตร่ตรองส านวนคดีและความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจ าเลยอย่างละเอยดรอบคอบ
๑๙๐
แล้ว
ทั้งยังปรากฏข้อความอกตอนหนึ่งในรายงานฉบับเดียวกันนี้รับรองว่าหลักการวินิจฉัย
ี
พยานหลักฐานร่างขึ้นตามแนวทางของภาคพื้นยุโรป ความว่า
๑๘๙ โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
๑๙๐ ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, Annex II, Report on the proposed Code of Criminal Procedure for
the Kingdom of Siam submitted to the Commission of Codification, (October 1917), p.28/308.

