Page 2129 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2129

๒๑๑๑





               จะเป็นภายในศาลหรือที่ใด ๆ นอกศาล ตามที่ศาลเห็นสมควรสั่งตามลักษณะแห่งพยานหลักฐาน" [แปลโดย

               ผู้เขียน] เมื่อมีการแปลเป็นภาษาในกฎหมายปรากฏถ้อยค าตามมาตรา ๒๒๙ ว่า "ศาลเป็นผู้สืบพยาน จะสืบ

               ในศาลหรือนอกศาลก็ได้ แล้วแต่เห็นสมควรตามลักษณะของพยาน" จากถ้อยค าในต้นร่างดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า
               ค าว่า "ศาลเป็นผู้สืบพยาน " หมายถึง ให้ศาลเป็นผู้น ามาซึ่งพยานหลักฐาน ดังปรากฏตามรายงานที่เสนอต่อ

               คณะกรรมการร่างประมวลกฎหมายอธิบายหลักการทางพยานหลักฐานไว้สอดคล้องกันว่า "...หลักการเรื่อง

                                                                ิ
                                                                              ิ
               พยานหลักฐานในประเทศนี้ที่เป็นอยู่และจะยังคงให้ผู้พพากษาสยามมีอสระในการน า รับ และรับฟง
                                                                                                       ั
                                      ๑๘๕
                                                                                          ์
               พยานหลักฐานทุกชนิดที่สืบ"  อันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความหมายและเจตนารมณแห่งวิธีพิจารณาที่
               วางไว้ในบทบัญญัติดังกล่าวว่า การสืบพยาน (หมายถึง การรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน) เป็น
               อ านาจของศาล

                        อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่การร่างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทยเป็นผลจากความ
               พยายามประนีประนอมระหว่างแนวทางของภาคพนยุโรปและขององกฤษ วิธีการสืบพยานในคดีอาญาจึงมี
                                                                        ั
                                                         ื้
               ลักษณะผสมผสานระหว่างระบบการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยศาลของภาคพนยุโรปและระบบการเสนอ
                                                                                 ื้
                                      ั
               ข้อเท็จจริงโดยคู่ความขององกฤษ โดยมีทั้งบทบทบัญญัติให้ศาลสามารถใช้บทบาทเชิงรุกในการค้นหาความ
               จริงในคดี เช่น มาตรา ๑๗๕ มาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๒๙ อันเป็นลักษณะของระบบการแสวงหา

               ข้อเท็จจริงโดยศาล แต่ในส่วนวิธีการสืบและซักถามพยานบุคคลที่ต้องยืมจากประมวลกฎหมายวิธีพจารณา
                                                                                                  ิ
                                                                                             ี
               ความแพงมาใช้ซึ่งมีวิธีการถามค้านเป็นลักษณะของระบบการเสนอข้อเท็จจริงโดยคู่ความ อกทั้งประมวล
                       ่
                           ิ

               กฎหมายวิธีพจารณาความอาญามิได้วางกลไกสนับสนุนการใช้อานาจของศาลอย่างเต็มภูมิ เนื่องจากไม่มี
                                        ั
               บทบัญญัติบังคับให้พนักงานอยการโจทก์ส่งส านวนการสอบสวนต่อศาลพร้อมฟอง และวิธีการบรรยายฟอง
                                                                                 ้
                                                                                                      ้
                                           ี
                                                ื่
               คดีอาญาของไทยจะบรรยายเพยงเพอให้ครบองค์ประกอบความผิดท านองเดียวกับที่ปฏิบัติในระบบ
                           ๑๘๖
               คอมมอนลอว์  ซึ่งศาลจะไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดีอย่างครบถ้วนจนกว่าจะเสร็จการ

               ๑๙๑) ดังนี้ Section 191. - In any case, and at any time of hearing, the Court may, of its own motion or on
               the request of a party, direct that further evidence shall be collected by the Court itself  or under
               commission.
               ๑๘๕  แปลโดยผู้เขียน จากข้อความว่า "...the principle of the evidence in this country is and will remain that a
               Siamese Judge is quite free to take, receive and admit every kind of evidence produced." ส านักงาน
               คณะกรรมการกฤษฎีกา, Annex II, Report on the proposed Code of Criminal Procedure for the Kingdom
                                                                                          ี่
               of Siam submitted to the Commission of Codification (October 1917), ไมโครฟิล์มม้วนท 23-5-section 04,
               p.28/307.
               ๑๘๖  ฟ้องคดีอาญาในระบบคอมมอนลอว์จะเปิดเผยข้อเท็จจริงน้อยมาก. see John H. Langbein, supra note 21, p.10.
               และเป็นปกติของระบบคอมมอนลอว์ที่ศาลจะไม่รู้ถึงพยานหลักฐานของพนักงานอัยการโจทก์ก่อนที่จะมีการสืบพยาน. see
               Frederick T. Davis, supra note 98, p.81.
   2124   2125   2126   2127   2128   2129   2130   2131   2132   2133   2134