Page 2132 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2132
๒๑๑๔
ในระบบกฎหมายต่างประเทศ พยานหลักฐานในคดีอาญาด าเนินตามทางใดทางหนึ่งใน ๒ ทาง คือ
ั
ั
มีเทคนิคในการแบ่งแยกระหว่างพยานหลักฐานที่รับฟงได้กับพยานหลักฐานที่รับฟงไม่ได้ (ระบบ
ั
องกฤษ) หรือรับฟงพยานหลักฐานทุกชนิด เว้นแต่เป็นชนิดที่ได้รับมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ั
(ระบบอน) ซึ่งคณะกรรมการชั้นสูงมีความเห็นให้ถือตามทางปฏิบัติปัจจุบันของสยามซึ่งสอดคล้อง
ื่
๑๙๑
กับระบบของภาคพื้นยุโรป
จากประวัติการร่างกฎหมาย แสดงอย่างชัดเจนว่าระบบการรับฟงและวินิจฉัยชั่งน้ าหนัก
ั
พยานหลักฐานในคดีอาญาของไทยเป็นไปตามแนวทางของภาคพนยุโรป ซึ่งทางปฏิบัติในการรับฟง
ั
ื้
ั
ั
พยานหลักฐานของศาลเดิมก็มักกระท าในลักษณะพวพนไปกับการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานท านอง
เดียวกับทางปฏิบัติของภาคพนยุโรป อนจะเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนในการวินิจฉัยพยานบอกเล่า หรือพยานซัด
ั
ื้
ทอด ที่จะปรากฏค าพพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยทั้งที่รับฟงและไม่รับฟง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานประกอบ
ั
ิ
ั
ี่
กล่าวคือ กรณีทมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบก็จะรับฟัง (ฎ.๔๑๒/๒๔๗๑, ๑๗๖๙/๒๕๐๙, ๑๑๕๕/๒๕๒๑,
ื่
๓๓๐/๒๕๒๖, ๔๐๑๒/๒๕๓๔, ๒๔๗๒/๒๕๔๑, ๑๔๘๑/๒๕๔๘) แต่หากไม่มีพยานหลักฐานอนมาประกอบก็
จะวินิจฉัยว่ารับฟงไม่ได้ (ฎ.๘๓๑/๒๔๗๒, ๖๙๕/๒๔๗๓, ๑๑๕๑/๒๔๗๓, ๖๘/๒๔๗๙, ๕๑/๒๔๙๘, ๑๑๒๐/
ั
ิ
๒๕๒๑, ๓๓๕๖/๒๕๒๖) ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า ค าพพากษาฎีกาเหล่านี้แม้ศาลฎีกาจะใช้ค าว่า "รับฟง" แต่แท้จริง
ั
แล้วใช้ในความหมายของการประเมินคุณค่าของพยานหลักฐาน มิใช่การรับฟงพยานหลักฐานอนเป็นการใช้
ั
ั
ั
กฎเกณฑ์ตามกฎหมายมาเป็นเกณฑ์วัดหรือคัดกรองชนิดของพยานหลักฐานว่าต้องห้ามมิให้รับฟงหรือไม่ ดัง
จะเห็นได้จากเหตุผลประกอบการวินิจฉัยที่ศาลฎีกามักใช้การประเมินน้ าหนักของพยานหลักฐานประกอบ
เช่น "พยานบอกเล่ามีน้ าหนักน้อย" (ฎ.๓๕๖๒/๒๕๒๙, ๘๓/๒๕๓๓, ๒๑๗๕/๒๕๓๓, ๒๒๕๘/๒๕๓๓, ๗๒๒/
๒๕๓๔, ๒๔๘/๒๕๔๓) "พยานซัดทอดมีน้ าหนักน้อย" (ฎ.๑๖๕๙/๒๕๑๔, ๑๘๘๕/๒๕๒๓, ๙๖๘/๒๕๒๙,
๔๕๑๒/๒๕๓๐, ๑๘๔/๒๕๔๗) หรือถ้อยค าอื่นที่มีความหมายท านองเดียวกัน อันเป็นลักษณะของการวินิจฉัย
ชั่งน้ าหนัก ซึ่งลักษณะของการใช้ถ้อยค าปะปนพัวพันกันลักษณะนี้มีให้เห็นบ่อยครั้ง เช่น ฎ.๑๒๒๙/๒๕๔๕ ที่
ิ
ุ
ั
ศาลฎีกาใช้ถ้อยค าวินิจฉัยว่า "จ าเลยฎีกาว่า...เป็นการโต้แย้งดุลพนิจของศาลอทธรณ์ในการรับฟง
พยานหลักฐาน...เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง" ทั้งที่ตามค าพพากษาฉบับนี้เป็นการโต้แย้งในเรื่องการวินิจฉัยชั่ง
ิ
น้ าหนักพยานหลักฐาน เพราะหากเป็นการโต้แย้งในประเด็นปัญหาเรื่องการรับฟงพยานหลักฐานแล้วโดย
ั
๑๙๒
หลักถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่า เมื่อปัจจุบันมีการเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการ
ั
รับฟังพยานหลักฐานเข้าไปในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหลายกรณี พยานหลักฐานใดจะรับฟง
๑๙๑ Ibid., p.28/307.
ิ
๑๙๒ จรัญ ภักดีธนากุล, อ้างแล้ว เชงอรรถที่ ๑๔๗, น.๒๗๕. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) จรัญ กล่าวว่า นักกฎหมายไทยใชค าว่า
้
การรับฟังพยานหลักฐาน สับสนปนเปกับค าว่าการชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานซึ่งท าให้สับสน

