Page 2127 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2127

๒๑๐๙





                           ๑๗๗
               ผู้กระท าเอง”  ซึ่งข้อปฏิบัติที่วางไว้นี้มุ่งเน้นในเรื่องภาพความเป็นกลาง โดยให้ศาลระมัดระวังการใช้
               อ านาจที่กฎหมายให้ไว้อย่างเคร่งครัด ดังปรากฏตามค าอธิบายประกอบว่า

                        บทบัญญัติมาตรา ๘๖ วรรคท้าย มาตรา ๑๑๖ (๑) และมาตรา ๑๑๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธี

                                       ่
                         ิ
                        พจารณาความแพง กับบทบัญญัติมาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๓๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธี

                         ิ
                        พจารณาความอาญา ได้ให้อานาจศาลอย่างกว้างขวางในอนที่จะซักถามพยานหรือเรียกพยานมา
                                                                        ั
                                                                            ี
                        สืบเองได้ แต่ทั้งนี้ผู้พพากษาพงระลึกเสมอว่าตนท าหน้าที่เป็นเพยงคนกลาง การที่จะใช้ดุลพนิจใน
                                                                                                    ิ
                                                ึ
                                         ิ
                        การซักถามพยานก็ดี เรียกพยานมาสืบเองก็ดี พงกระท าเมื่อเห็นว่าจ าเป็นเพอประโยชน์แห่งความ
                                                               ึ
                                                                                      ื่
                                                                                        ึ
                        ยุติธรรม หรือมีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ศาลเป็นผู้กระท าเองเท่านั้น และพงกระท าด้วยความ
                                                                                  ๑๗๘
                        ระมัดระวังมิให้คู่ความเกิดความหวาดระแวงในความเป็นกลางของตนได้
                        ในค าอธิบายยังได้เน้นแนวปฏิบัติในคดีอาญาไว้โดยเฉพาะว่า "...อย่างไรก็ตาม ในคดีอาญานั้นศาล
                                                                                                    ั
               ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ดังเช่น การที่ศาลจะใช้อ านาจเรียกส านวนการสอบสวนจากพนักงานอยการ
               มาเพอประกอบการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๕ นั้น ศาลไม่ควรเรียก
                    ื่
                                                            ิ
                                                                              ๑๗๙
               ส านวนการสอบสวนมาเพิ่มเติมพยานโจทก์ที่ยังบกพร่องอยู่เพื่อลงโทษจ าเลย"
                        ในค าอธิบายข้างต้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการพยายามวาง

                                                                                  ๑๘๐
               แนวทางปฏิบัติของศาลในเชิงรับและมุ่งหมายให้ศาลใช้บทบาทเชิงรุกอย่างจ ากัด  ซึ่งเป็นการวางแนวทาง


               ที่มีผลเป็นการจ ากัดการใช้อานาจตามที่กฎหมายให้ไว้ และอานาจที่ถูกจ ากัดนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ
               ค้นหาความจริงในคดีอาญาด้วยโดยตรง

                        ทั้งนี้ แนวปฏิบัติที่ก าหนดไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการนี้ถือเป็นมาตรฐานทาง
               จริยธรรมที่ส าคัญของผู้พพากษา การประพฤติปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้อาจเป็นความผิดทาง
                                    ิ
                   ๑๘๑
               วินัย  และจริยธรรมทั้งหลายที่ก าหนดไว้ในประมวลจริยธรรมนี้เป็นสิ่งที่ผู้พพากษาได้รับการปลูกฝังมา
                                                                                 ิ

               ๑๗๗  ส านักงานศาลยุติธรรม, อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๑๖๗, น.๒๒.
               ๑๗๘  เรื่องเดียวกัน, น.๒๒.
               ๑๗๙  เรื่องเดียวกัน, น.๒๒-๒๓.
               ๑๘๐  คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, การพฒนาระบบการพจารณาคดของศาลยุตธรรมในการค้นหาความจริง
                                                                                   ิ
                                                                          ี
                                                                  ิ
                                                      ั
                 ื่
               เพออ านวยความยุตธรรมแก่ประชาชนตามเจตนารมณของกฎหมาย, (รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เสนอต่อสถาบันวิจัย
                                                          ์
                               ิ
               รพีพัฒนศักดิ์ ส านักงานศาลยุติธรรม, ๒๕๕๘), น.๑๙๖. ซึ่งรายงานการวิจัยฉบับนี้มีข้อเสนอแนะข้อหนึ่งให้แก้ไขถ้อยค าใน
               ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๙ ในลักษณะสนับสนุนการมีบทบาทเชิงรุกของศาล. เรื่องเดียวกัน, น.๒๓๔.
               ๑๘๑  พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ หมวด ๕ วินัย การรักษาวินัย การลงโทษ และ
               การร้องทุกข์ ส่วนที่ ๑ วินัยมาตรา ๖๒ “ข้าราชการตุลาการต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของ
               ทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. ก าหนด”
   2122   2123   2124   2125   2126   2127   2128   2129   2130   2131   2132