Page 2194 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2194

๒๑๗๖




                         ั
                 น้อยลงอนน้ามาซึ่งความสุขในการท้างานและส่งผลให้การอานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนเกิด
                                                                       ้
                 ประสิทธิภาพสูงสุด
                 เหตุแห่งการอุบัติของอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า


                        มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วย่อมมีความเสื่อมหรือความแก่ชราและมีความตายเป็นเบื้องหน้าเป็นไป
                 ตามกฎธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวงได้แก่ อนิจจัง (ความไม่เที่ยง) ทุกขัง (ความทนอยู่ตลอดไปไม่ได้) และ

                 อนัตตา (ความมีตัวตนชั่วคราว) แต่เมื่อตายแล้วยังต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

                                                                                     ุ
                                                     ื่
                                                                                                  ื่
                 ดังนั้นการที่พระพทธเจ้าอบัติขึ้นในโลกก็เพอแก้ปัญหาเรื่องความตาย พระองค์อบัติขึ้นในโลกเพอค้นหา
                                       ุ
                                ุ
                 สัจธรรมอันเข้าสู่ความไม่ตาย (อมตะ) แล้วทรงเมตตาน้ามาสั่งสอนแก่สัตว์ทั้งหลาย ทรงพบมรรควิธีที่ท้าให้
                 พนจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะตราบใดที่สัตว์ (ผู้ยึดติด) ยังมีอวิชชาและยังหลงยึดในขันธ์ ๕ ซึ่งเป็น
                  ้
                 ธรรมชาติที่มีการเกิด แปรเปลี่ยน และแตกดับ มนุษย์ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไปไม่สิ้นสุดและหนทาง
                 แห่งความดับทุกข์ที่พระองค์ทรงค้นพบก็คือ มรรคมีองค์ ๘ ซึ่งพระองค์ตรัสอธิบายไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ก็

                 อริยสัจคือ หนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์นั้น เป็นอย่างไรเล่า คือหนทางอันประกอบด้วย
                                                                                 ู
                 องค์แปดอนประเสริฐนี้เอง องค์แปดคือ ความเห็นชอบ ความด้าริชอบ การพดจาชอบ การงานชอบ การ
                         ั
                 เลี้ยงชีพชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งใจมั่นชอบ ภิกษุทั้งหลาย ความเห็นชอบเป็นอย่างไร

                 ภิกษุทั้งหลาย ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในเหตุแห่งทุกข์ ความรู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ความรู้ในหนทาง
                 เป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อนใดนี้เราเรียกว่า สัมมาทิฏฐิภิกษุทั้งหลาย ความด้าริชอบเป็น
                                                     ั
                 อย่างไร ภิกษุทั้งหลาย ความด้าริในการออกจากกาม ความด้าริในการไม่พยาบาท ความด้าริในการไม่
                 เบียดเบียน นี้เรียกว่าสัมมาสังกัปปะ ภิกษุทั้งหลาย การพดจาชอบเป็นอย่างไรเล่า ภิกษุทั้งหลาย การเว้น
                                                                ู
                         ู
                                                                                                 ้
                                             ู
                 จากการพดเท็จ การเว้นจากการพดยุให้แตกกัน การเว้นจากการพดหยาบ การเว้นจากการพดเพอเจ้อ นี้
                                                                                              ู
                                                                        ู
                 เรียกว่า สัมมาวาจา ภิกษุทั้งหลาย การงานชอบเป็นอย่างไร ภิกษุทั้งหลาย การเว้นจากการฆ่าสัตว์ การเว้น
                 จากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ การเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย นี้เรียกว่า
                 สัมมากัมมันตะ ภิกษุทั้งหลาย การเลี้ยงชีพชอบเป็นอย่างไร ภิกษุทั้งหลาย  อริยสาวกนี้ละมิจฉาชีพเสีย

                                                                                   ี
                 ส้าเร็จความเป็นอยู่ด้วยสัมมาชีพ นี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ ภิกษุทั้งหลาย ความเพยรชอบเป็นอย่างไร ภิกษุ
                                                                            ี
                 ทั้งหลาย ภิกษุนี้ย่อมปลูกความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อมปรารภความเพยร ย่อมประคองจิต ย่อมตั้งจิตไว้
                 เพอความไม่บังเกิดขึ้นแห่งอกุศลธรรมทั้งหลายอนเป็นบาป ที่ยังไม่บังเกิดขึ้น ย่อมปลูกความพอใจ ย่อม
                   ื่
                                                         ั
                                                                        ื่
                 พยายาม ย่อมปรารภความเพยร ย่อมประคองจิต ย่อมตั้งจิตไว้ เพอการละเสียซึ่งอกุศลธรรมทั้งหลายอน
                                                                                                       ั
                                         ี
                 เป็นบาป ที่บังเกิดขึ้นแล้ว ย่อมปลูกความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อมปรารภความเพียร ย่อมประคองจิต ย่อม
                 ตั้งจิตไว้ เพื่อการบังเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลายที่ยังไม่ได้บังเกิด ย่อมปลูกความพอใจ ย่อมพยายาม ย่อม
                 ปรารภความเพยร ย่อมประคองจิต ย่อมตั้งจิตไว้ เพอความยั่งยืน ความไม่เลอะเลือน ความงอกงามยิ่งขึ้น
                                                            ื่
                              ี
                 ความไพบูลย์ ความเจริญ ความเต็มรอบแห่งกุศลธรรมทั้งหลายที่บังเกิดขึ้นแล้วนี้เรียกว่า สัมมาวายามะ
                 ภิกษุทั้งหลาย ความระลึกชอบเป็นอย่างไร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เป็นผู้มีปกติ เห็นกายในกายอยู่ มีความ

                   ี
                 เพยรเป็นเครื่องเผากิเลส มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ น้าความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้
   2189   2190   2191   2192   2193   2194   2195   2196   2197   2198   2199