Page 2211 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2211

๒๑๙๓




                                                                                                       ื่
                 ขับรถมากขึ้น ขับรถช้าลงและมีสติจดจ่ออยู่กับการขับรถ และท้าให้ผู้เขียนค้านึงถึงความปลอดภัยของผู้อน
                 อยู่ตลอดเวลา ทั้งไม่เคยเกิดอุบัติเหตุที่มาจากความประมาทของตนเอง


                        จากประสบการณ์ของผู้เขียนเห็นว่าการเจริญอานาปานสติและสติอธิษฐานการงานเมื่อน้ามา

                                                                                                  ิ
                 ประยุกต์ใช้กับบุคลากรของส้านักงานศาลยุติธรรมจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้พพากษา
                 หรือเจ้าหน้าที่ธุรการ เพราะการเจริญอานาปานสติอยู่เสมอนอกจากจะช่วยพฒนาจิตได้แล้ว ยังส่งผลให้
                                                                                  ั
                 ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายท้างานเป็นปกติอกด้วย ดังที่พระท่านสอนว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว เมื่อจิต
                                                       ี
                 สงบย่อมส่งผลให้สุขภาพกายแข็งแรงสมบูรณ์ไปด้วย งานวิจัยพบว่าการท้าสมาธิสามารถใช้รักษาโรคได้ผล
                 อาทิ นายเซลดอน โคเฮนแห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เมืองพตซ์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศ
                                                                           ิ
                 สหรัฐอเมริกาพบว่าคนที่นั่งสมาธิวันละ ๓๐ นาที ติดต่อกัน ๓ เดือน ร่างกายมีการภูมิต้านทานต่อโรค ปอด

                 ท้างานอย่างมีประสิทธิภาพและมีภูมิต้านทานโรคไข้หวัดต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนอนซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์
                                                                                ื่
                 การระบาดของโคโรนาไวรัส (COVID-๑๙) และอกท่านหนึ่งคือนายแพทย์บรูช แมคอแวน จิตแพทย์แห่ง
                                                                                        ี
                                                          ี
                 มหาวิทยาลัยเยล เมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา พบว่า การนั่งสมาธิวันละ ๒๐ นาที ขึ้นไป
                 ติดต่อกัน ๓ เดือน สามารถป้องกันโรคหัวใจตีบ โรคไวรัสต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคสมองเสื่อม

                                                                          (๓๕)
                                      ั
                 โรคเบาหวาน โรคล้าไส้อกเสบ โรคหอบหืด และโรคไข้หวัด เป็นต้น  เห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์ยอมรับว่า
                 อานาปานสติสามารถรักษาโรคได้แต่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่ารักษาได้อย่างไร เพราะสิ่งนี้เป็น
                 เรื่องการท้างานของจิตซึ่งวิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ ในทางพระพทธศาสนานั้นพระพทธเจ้าตรัสว่า
                                                                                            ุ
                                                                           ุ
                 ลมหายใจนั้นเป็นกายอันหนึ่ง ๆ ในกายทั้งหลาย การมีสติรู้ลมหายใจจึงเป็นกายคตาสติหรือการเอาจิตตั้งไว้
                 กับกาย กายจึงมีวิญญาณครองส่งผลให้ผู้เจริญอานาปานสติมีอายุยืน ไม่ค่อยเจ็บป่วยและสามารถรักษาโรค

                                                                                                       ื่
                 ที่เป็นอยู่ให้หายได้ตามควรแก่ฐานะ ตรงกันข้ามหากส่งจิตออกนอกกายคือการปล่อยจิตไปตั้งในอารมณ์อน
                                                                     ุ
                 เช่น คิดถึงสิ่งนั้น สิ่งนี้ ส่งผลให้กายไม่มีวิญญาณครอง ซึ่งพระพทธเจ้าทรงเปรียบกายที่ไม่มีวิญญาณครอง
                 ว่าเหมือนบ้านไม่มีหลังคา เมื่อต้องแสงแดดหรือถูกฝนกระหน่้าบ้านก็ผุพังไม่อาจทานทนอยู่ได้ ฉันใดฉันนั้น

                 ร่างกายของเราก็เปรียบเหมือนบ้าน ส่วนวิญญาณเปรียบเหมือนหลังคา ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณครอง

                                                                           ั
                 จึงเจ็บป่วยได้ง่ายและท้าให้อายุสั้น การเจริญอานาปานสติจึงเป็นการพฒนากายและจิตของผู้ปฏิบัติ ทั้งยัง
                 สามารถสร้างดุลยภาพในการท้างานและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างแท้จริง

                        อย่างไรก็ตามการจะส่งเสริมให้บุคลากรในศาลยุติธรรมหรือองค์กรใดก็ตามหันมาให้ความสนใจใน

                 การเจริญอานาปานสตินั้นไม่ใช่เรื่องที่กระท้าได้โดยง่ายทั้งนี้เพราะแต่ละบุคคลมีอินทรีย์ ๕ อันได้แก่ ศรัทธา

                 วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา ไม่เท่ากันบางคนมีมากก็เกิดฉันทะ (ความพอใจ) ที่จะปฏิบัติธรรมหรือมีตน
                 ส่งไปในแนวธรรมมะได้ง่าย ส่วนคนที่มีน้อยฉันทะย่อมเกิดขึ้นได้ยากและมีตนส่งไปในแนวธรรมมะได้ยาก

                 ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรต้องสร้างก็คือ “ศรัทธา” (ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผล) ซึ่งในที่นี้มุ่งไปที่ศรัทธา



                        (๓๕)  พลังสมาธิผู้พิชิตโรคไวรัสโควิด-๑๙, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, ๓ สิงหาคม ๒๕๖๔,

                 https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30231
   2206   2207   2208   2209   2210   2211   2212   2213   2214   2215   2216