Page 2209 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2209

๒๑๙๑




                                                     ื่
                 เจริญอานาปานสติให้พระอานนท์ทรงจ้าเพอให้พระอานนท์น้าไปบอกท่านคิริมานนท์ เมื่อท่านคิริมานนท์
                 ฟังสัญญา ๑๐ ประการ แล้วอาพาธก็ระงับไปโดยฐานะอันควร


                 การน าอานาปานสติมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากายและจิตของบุคลากรศาลยุติธรรม


                                                            ั
                         ศาลยุติธรรมได้ให้ความส้าคัญในการพฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจของบุคลากรโดย
                 ประธานศาลฎีกาได้ก้าหนดไว้ในนโยบายประธานศาลฎีกาข้อ ๔ ได้แก่ ส่งเสริมความก้าวหน้าในหน้าที่
                                                                                          ั
                 ราชการและให้ความส้าคัญแก่คุณภาพชีวิตของบุคลากร ในด้านส่งเสริมให้บุคลากรได้พฒนากายและจิต
                 เพื่อสร้างดุลยภาพในการท้างานและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ค้าว่า “ดุลยภาพ” นั้นสื่อให้เห็นภาพว่าการ

                 ท้างานและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนั้นต้องมีความสมดุลกัน ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าการ
                 เจริญอานาปานสติจะช่วยสร้างความสมดุลในเรื่องดังกล่าวได้ โดยเริ่มจากการสร้างสมดุลภายในจิต

                                                                               ื่
                 เสียก่อน เมื่อจิตสมดุลแล้วกายก็จะเป็นสิ่งที่มีความสมดุลตามไปด้วย และเมอกายและจิตสมดุลความสุขใน
                 การท้างานและการใช้ชีวิตประจ้าวันย่อมตามมา ดังนั้นผู้เขียนจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างสมดุลในจิตโดย
                 การเจริญอานาปานสติเป็นส้าคัญ ทั้งพระพทธเจ้าตรัสว่า “อานนท์ ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า
                                                     ุ
                 ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา ดังนี้ อานนท์ พวกเธออย่า
                 คิดอย่างนั้น อานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น

                                                                   (๓๓)
                 จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา”  การเจริญอานาปานสติจึงเป็นการปฏิบัติ
                 ตามค้าสอนของพระองค์ที่ไม่ต่างจากการปฏิบัติตามพระศาสดา

                        พระพทธเจ้าตรัสว่าหากจะสรรเสริญพระองค์ให้สรรเสริญว่าพระองค์ทรงค้นพบอริสัจ ๔ พระองค์
                             ุ
                 ทรงมุ่งสอนสัตว์ทั้งหลายให้แสวงหาความไม่ตายซึ่งเป็นอมตะธรรม (นิพพาน) ทรงเปรียบบุคคลในโลกเป็น

                 ม้าอาชาไนย ๔ จ้าพวก ได้แก่ ๑ ม้าอาชาไนยที่เห็นแค่เงาปฏักก็วิ่งหมายถึง บุคคลที่แค่ได้ยินผู้อื่นพูดถึงการ
                                 ั
                 ประสบความทุกข์อนเกิดจากการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ก็เริ่มปฏิบัติธรรม ๒ ม้าอาชาไนยที่ปฏักเจาะทะลุ
                                                      ื่
                                                                        ั
                 ถึงขุมขนก่อนจึงวิ่งหมายถึง บุคคลที่ได้เห็นผู้อนประสบความทุกข์อนเกิดจากการเกิด แก่ เจ็บ และตาย จึง
                 เริ่มปฏิบัติธรรม ๓ ม้าอาชาไนยที่ปฏักเจาะทะลุถึงหนังก่อนจึงวิ่งหมายถึง บุคคลที่ได้เห็นญาติสายโลหิต
                 ตนเองประสบความทุกข์อันเกิดจากการเกิดแก่ เจ็บ และตายจึงเริ่มปฏิบัติธรรม ๔ ม้าอาชาไนยที่ปฏักเจาะ

                 ทะลุถึงกระดูกก่อนจึงวิ่งหมายถึง บุคคลที่ตนเองต้องประสบกับความทุกข์เพราะการเกิด แก่ และเจ็บเจียน

                 ตายจึงเริ่มปฏิบัติธรรม และตรัสก้าชับให้สาวกของพระองค์ปฏิบัติตามค้าสอนของพระองค์เพอมิให้
                                                                                                   ื่
                 กัลยาณวัตรที่พระองค์ตั้งไว้อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ต้องขาดสูญไป


                        การเจริญอานาปานสติจึงได้ชื่อว่าปฏิบัติตามกัลยาณวัตรที่พระองค์ตั้งไว้ ส้าหรับผู้เขียนยึดหลัก

                 ทาน ศีล ภาวนา ในการด้าเนินชีวิต เพราะการให้ทานเป็นการละความตระหนี่อันเป็นมลทิน ส่วนการรักษา
                 ศีลนั้นน้ามาซึ่งอวิปฏิสาร (ความไม่ร้อนใจ) ทั้งสองประการส่งผลดีต่อการภาวนา อย่างไรก็ตามในชีวิตจริง


                        (๓๓)
                           คณะงานธัมมะ วัดนาป่าพง, พุทธวจน ปฐมธรรม, หน้า ๒๕๐
   2204   2205   2206   2207   2208   2209   2210   2211   2212   2213   2214