Page 2204 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2204

๒๑๘๖




                 จิตไปคิดถึงเรื่องอดีต (สัญญา) เท่ากับรูปดับนามเกิด เมื่อรู้ตัวว่าก้าลังคิดดึงจิตกลับมารู้ลมหายใจ เท่ากับ
                 นามดับรูปเกิด แต่ตัวผู้ปฏิบัติมิได้ตายไปด้วยขณะมีการดับของธรรมธาตุดังกล่าว นั่นแสดงให้เห็นว่าตัวเรา

                 จริง ๆ ก็ไม่ใช่รูปกายและไม่ใช่ความคิดเรื่องอดีต ท้าให้เกิดปัญญาในการจ้าแนกแยกแยะระหว่างผู้สังเกต
                                                                               ั
                 คือธรรมชาติในตัวเราทุกคนที่เรียกว่าสัตว์กับผู้ถูกสังเกตซึ่งก็คือขันธ์ ๕ อนเป็นธรรมธาตุตามธรรมชาติ
                 พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล กล่าวว่า สมถะ (การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ) กับวิปัสสนา (การพิจารณา) จึง

                 เป็นสิ่งที่อยู่ติดกัน หรือวิปัสสนาเป็นสิ่งที่อยู่คาตาผู้ปฏิบัตินั้นเองขึ้นกับผู้ปฏิบัติจะมีไหวพริบมองเห็นหรือไม่
                                                                                            ่
                 เปรียบเหมือนพอครัวท้าอาหารถวายพระราชา หากไม่สังเกตว่าพระราชาโปรดเสวยอะไรพอครัวก็จะไม่ได้
                              ่
                 รางวัลจากพระราชา


                                                                                       ื่
                        นอกจากการเจริญอานาปานสติโดยวิธีนั่งสมาธิเมื่ออยู่ในอริยาบถอนผู้เขียนก็มักเจริญ
                                                                              ิ
                 อานาปานสติอยู่เสมอ เช่น นอน ยืน นั่งเฉย ๆ เป็นต้น เพราะการเจริญอานาปานสติสามารถกระท้าได้ไม่ว่า
                                                   ุ
                 อยู่ในอริยาบถใด เห็นได้จากครั้งที่พระพทธเจ้าทรงแสดงสัญญา ๑๐ ประการและอานาปานสติแก่พระ
                       ิ
                                                                                           ุ
                 อานนท์ เพื่อให้พระอานนท์น้าไปแสดงต่อภิกษุคิริมานนท์ซึ่งนอนเจ็บป่วยอยู่ ครั้นเมื่อภิกษคิริมานนท์ได้ฟง
                                                                                                       ั
                 ธรรมแล้วก็หายจากอาการเจ็บป่วย ส้าหรับเครื่องวัดความก้าวหน้าในการภาวนานั้นหากอารมณ์อนเป็นที่
                                                                                                  ั
                 ชอบใจและไม่ชอบใจอนเกิดจากตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัส ใจรับรู้อารมณ์
                                    ั
                 ดับไปได้เร็วมากเท่าใด ความเจริญก้าวหน้าในการภาวนาก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่น ตาที่เห็นสิ่งของ
                                                                                               ุ
                 สวยงามแล้วเกิดความชอบ หากสามารถดับความพอใจในสิ่งของนั้นได้เร็วดุจกระพริบตา อเบกขาหรือ
                 ความวางเฉยยังคงด้ารงอยู่พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญผู้นั้นว่า มีอินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ


                        อย่างไรก็ตามพระพทธเจ้าตรัสให้เจริญอานาปานสติให้มาก แต่หากผู้ปฏิบัติมีเวลาน้อยอน
                                                                                                       ั
                                          ุ
                                                ื่
                 เนื่องจากการงานหรือมีความจ้าเป็นอนใดพระองค์ก็ให้เจริญอานาปานสติวันละ ๓ ครั้ง ครั้งละเพยงชั่วลัด
                                                                                                 ี
                                                                 ี
                 นิ้วมือ พระองค์ตรัสว่า ผู้ที่เจริญอานาปานสติแม้ชั่วกาลเพยงลัดนิ้วมือก็ชื่อว่าไม่เหินห่างจากฌาน ส้าหรับ
                 ผู้เขียนนั้นเมื่อมีเวลาว่างขณะอยู่ที่ท้างานก็จะเจริญอานาปานสติอยู่เสมอครั้งละ ๓ นาทีบ้าง ๕ นาทีบ้าง
                 แล้วแต่โอกาสอานวย แต่ที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจ้าทุกวันคือก่อนนอนผู้เขียนจะสวดมนต์แล้วเจริญ
                               ้
                 อานาปานสติอย่างน้อย ๓๐ นาที จากนั้นแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ อย่างไรก็ตามการเจริญอานาปานสติควร
                 เดินทางสายกลางไม่ตึงและไม่หย่อนจนเกินไป และจะกระท้ามากน้อยขึ้นกับเหตุและปัจจัยของแต่ละบุคคล


                 อานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติ

                        อานิสงส์หรือผลบุญแห่งการเจริญอานาปานสตินั้นมีผู้รู้กล่าวไว้มากมายอาทิ พระอาจารย์วิริยังค์

                 สิรินธโรกล่าวว่า ประโยชน์ของการเจริญอานาปานสติมี ๑๒ ประการได้แก่ ท้าให้หลับสบายคลายกังวล,

                 ก้าจัดโรคภัยไข้เจ็บ, ท้าให้สมอง ปัญญาดี, ท้าให้มีความรอบคอบในการท้างาน, ท้าให้ระงับความร้ายกาจ,
                 บรรเทาความเครียด, มีความสุขพิเศษ, ท้าให้จิตอ่อนโยน, กลับใจได้, เวลาจะสิ้นลม พบทางดี, เจริญวาสนา
   2199   2200   2201   2202   2203   2204   2205   2206   2207   2208   2209