Page 2200 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2200
๒๑๘๒
ึ
้
เพราะพระพทธเจ้าตรัสสอนว่า ถ้าเหตุแห่งการออนวอนเป็นจริงได้ในโลกนี้ใครจะพงเสื่อมจากอะไร
ุ
้
หมายความว่า หากการออนวอนบนบานศาลกล่าวแล้วให้ผลดังที่ออนหรือบนบานจริงทุกคนก็คงสมความ
้
ปรารถนาของตนทุกประการซึ่งในความเป็นจริงคงเป็นไปไม่ได้ แต่การที่จะสมความปรารถนาได้นั้น
ั
พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอนเป็นเหตุแห่งความสมปรารถนาไว้ ๕ ประการ ได้แก่ ศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ
้
(๑๖)
และปัญญา แต่เพราะชาวพุทธมิได้ศึกษาค้าสอนของพระองค์จึงทาให้มีสภาพเป็นอย่างทุกวันนี้
้
การที่สัตว์หลงยึดขันธ์ ๕ ด้วยอานาจของตัณหา สัตว์จึงมีอวิชชา (ความไม่รู้) เป็นเครื่องกั้น มี
ั
ตัณหาเป็นเครื่องผูก ตัณหาจึงเป็นธรรมอันเป็นเหตุ ซึ่งท้าให้เกิดกรรมซึ่งเป็นธรรมอนเกิดแต่เหตุ การจะดับ
ั
กรรมได้จึงต้องดับที่ตัณหาเพราะเมื่อตัณหาไม่มีกรรมย่อมมีไม่ได้อนเป็นไปตามกฏปฏิจจสมุปบาท แล้วจะ
ดับตัณหาได้อย่างไร พระพุทธเจ้าทรงค้นพบความจริงอันประเสริฐคือหนทางให้ถึงความดับทุกข์หรือมรรคมี
องค์ ๘ อันได้แก่ ๑ ความเห็นชอบ ๒ ความด้าริชอบ ๓ การพูดจาชอบ ๔ การงานชอบ ๕ การเลี้ยงชีพชอบ
๖ ความเพยรชอบ ๗ ความระลึกชอบ ๘ ความตั้งใจมั่นชอบ ดังได้กล่าวมาแล้วและมรรคมีองค์ ๘ สอง
ี
ประการแรกก็คือปัญญา สามประการต่อมาคือศีล และสามประการสุดท้ายคือสมาธิ หรือกล่าวอกอย่าง
ี
ี
หนึ่งคือ ศีล สมาธิ และปัญญา หากจะกล่าวโดยย่อเหลือเพยงสองประการมรรคมีองค์ ๘ ก็คือ สมถะและ
วิปัสสนา แต่หากจะสรุปเหลือเพยงประการเดียวก็คือ อานาปานสตินั่นเอง การเจริญอานาปานสติเป็น
ี
หนทางหนึ่งเพอให้ถึงความดับทุกข์และเป็น “กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา” หรือปฏิปทาเพอให้ถึงซึ่งความดับ
ื่
ื่
ุ
กรรมซึ่งพระพทธเจ้าตรัสว่า ควรกระท้าให้มาก เจริญให้มาก เพราะการเจริญอานาปานสติเป็นการท้าลาย
ี
ภวตัณหา (ตัณหาที่ท้าให้เกิดภพ) เมื่อจิต ตั้งมั่นอยู่ในอารมณอันเดียวจนได้ชื่อว่าอยู่อย่างไม่มเพอนสองคือ
์
ื่
ตั้งมั่นอยู่กับลมหายใจโดยปราศจากตัณหา จิตที่รับรู้ลมหายใจย่อมดับเพราะธรรมชาติของจิตเป็น
สังขตธรรมซึ่งมีเกิดดับเป็นธรรมดา เมื่อจิตดวงเดิมที่รู้ลมหายใจดับ ลมหายใจซึ่งเป็นรูปย่อมดับไปด้วย
เพราะวิญญาณและธรรมธาตุทั้ง ๔ ได้แก่รูป เวทนา สัญญา และสังขาร ต่างเป็นธรรมธาตุที่อาศัยกันและ
กันในการเกิดและขณะสัตว์ก้าลังจะยึดวิญญาณดวงใหม่ อาศัยวิเวก (ความเงียบสงัด) วิราคะ (ความจาง
คลาย) และนิโรธ (ความดับ) น้อมไปเพอโวสสัคคะ(ความสละ, ความปล่อย) ปล่อยวางวิญญาณดวงใหม่
ื่
เท่ากับว่านามและรูปดับไป พระพทธเจ้าตรัสว่า ที่ใดปราศจากนามและรูปที่นั่นคือที่สุดแห่งทุกข์ และสัตว์
ุ
ย่อมหลุดพ้นจากสังสารวัฏและถึงซึ่งนิพพานอนเป็นอสังขตธรรมและเป็นเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรม
ั
อานาปานสติ คืออะไร
การจะค้นหาความหมายที่แท้จริงของอานาปานสติก็คงต้องย้อนกลับไปที่ผู้บัญญัติค้าดังกล่าว ขึ้นเป็นคน
แรกผู้นั้นคือพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสเกี่ยวกับการเจริญอานาปานสติไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลายอานาปานสติอน
ั
ั
บุคคลเจริญ กระท้าให้มากแล้ว ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ ก็อานาปานสติ อนบุคคลเจริญแล้วอย่างไร
(๑๖) Youtube, เหตุแห่งความสมปรารถนา [ออนไลน์], ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔, https://www.youtube.com/
watch?v=K

