Page 2202 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2202
๒๑๘๔
(๑๙)
ุ
ลมหายใจ ส่วนท่านพุทธทาสภิกขอธิบายว่า อานาปานสติคือ สติก้าหนดที่ธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ทุก
ุ
ลมหายใจเข้าออก เช่น การก้าหนดพทโธทุกลมหายใจเข้าออก (๒๐) ผู้เขียนเห็นว่าตามพระสูตรดังกล่าว
พระพทธเจ้าตรัสไว้ชัดว่า ให้มีสติหายใจเข้าและมีสติหายใจออก หากหายใจเข้าสั้นหรือยาวก็ให้รู้ว่าหายใจ
ุ
เข้าสั้นหรือยาว หากหายใจออกสั้นหรือยาวก็ให้รู้ว่าหายใจออกสั้นหรือยาว อานาปานสติจึงควรมี
ความหมายตรงกับบทพยัญชนะในพระสูตรดังกล่าว คือการมีสติรู้ลมหายใจเข้าและออกและการรู้ลมหายใจ
พระองค์กมิได้บัญญัติว่าต้องมีค้าบริกรรมใด ๆ ซึ่งผู้เขียนเองกเจริญอานาปานสติโดยใช้แนวทางดังกล่าว
็
็
วิธีการเจริญอานาปานสติ
การเจริญอานาปานสติตามค้าสอนของพระพทธเจ้านั้น พระองค์ได้ตรัสไว้ตามพระสูตรดังที่ได้
ุ
กล่าวมาแล้ว โดยพระองค์ตรัสให้เริ่มจากการหาสถานที่วิเวกที่ปราศจากการรบกวน แต่หากหาไม่ได้จริง ๆ
ผู้เขียนเห็นว่าต้องใช้การปลีกวิเวกทางจิตคือแม้อยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความสงบหรือต้องอยู่รวมกับผู้อื่นก็ตั้งสติ
เพอเจริญอานาปานสติไปโดยไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้าง จากนั้นพระองค์ให้คู้ขาเข้ามาโดยรอบในที่นี้
ื่
ท่านพทธทาสภิกขุอธิบายว่าคือการนั่ง “ขัดตะหมาด” ซึ่งเป็นท่านั่งที่เหมือนกับมีเบาะรองเพราะไม่มี
ุ
กระดูกส่วนไหนถูกพนระหว่างนั่งจะไม่รู้สึกเจ็บ ทั้งจุดที่สัมผัสพนจะเป็นรูปสามเหลี่ยมท้าให้มั่นคงและล้ม
ื้
ื้
ยาก อย่างไรก็ตามตามบทพยัญชนะพระองค์ตรัสเพยงให้คู้ขาเข้ามาโดยรอบ ดังนั้นในความเห็นผู้เขียนการ
ี
งอขาทั้งสองข้างเข้ามาโดยจะซ้อนทับกันหรือไม่ก็ได้น่าจะใกล้เคียงกับความหมายของบทพยัญชนะดังกล่าว
มากกว่า จากนั้นพระองค์ให้ตั้งกายตรงคือกระดูกสันหลังเหยียดตรงซึ่งจะท้าให้หายใจได้ดี แล้วรวบรวม
(๒๑)
สติมาไว้ที่ลมหายใจเข้าออก มือทั้งสองข้างจะวางไว้ที่ต้าแหน่งใดก็ได้ตามแต่ถนัด ส่วนจะหลับตาหรือไม่
ผู้เขียนเห็นว่าการหลับตาจะท้าให้ผู้ปฏิบัติสามารถรวบรวมสติได้ง่ายกว่าการลืมตาและไม่ต้องบริกรรม
ถ้อยค้าใด ๆ ไม่ต้องปรุงแต่งลมหายใจให้สั้นหรือยาว แค่รู้ลมหายใจเฉย ๆ ท้าตรงไปตรงมาตามค้าสอนของ
พระองค์ การรู้ลมหายใจนั้นเป็นการเอาสติมาไว้กับลมหายใจซึ่งพระพทธเจ้าเปรียบเหมือนเสาเขื่อนเสา
ุ
หลัก พระองค์ตรัสว่าลมหายใจเป็นกายอนหนึ่ง ๆ ในกายทั้งหลาย การรู้ลมหายใจจึงเป็นกายคตาสติและ
ั
เป็นกรรมไม่ด้า ไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม การรู้ลมหายใจนั้นต้องไม่ตึงและไม่หย่อนจนเกินไปเปรียบ
เหมือนการจับนกหากจับแรงเกินไปนกก็ตาย จับเบาเกินไปนกก็บินหนี ระหว่างมีสติรู้ลมหายใจให้สังเกตว่า
จิตมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ จิตตั้งมั่นอยู่กับลมหายใจอย่างเดียวหรือรับรู้อารมณ์อนหรือไม่ หากระหว่างรู้
ื่
ื่
ลมหายใจจิตยังรับรู้อารมณ์อื่นคือยังคิดเรื่องอน เช่น คิดถึงอดีต (จิตเข้าไปตั้งอาศัยในสัญญา) คิดถึงอนาคต
(จิตเข้าไปตั้งอาศัยในสังขาร) ไม่ว่าจะคิดถงเรื่องใดเมื่อรู้ตัวก็ให้กลับมารู้ลมหายใจ การที่จิตคิดถึงเรื่องอื่น ๆ
ึ
ก็เป็นไปด้วยอ้านาจของนันทิ (ความเพลิน) ซึ่งเป็นธรรมชาติของจิตที่แปรเปลี่ยนได้ง่ายไม่ควรหงุดหงิดหรือ
ร้าคาญ แต่เมื่อรู้ตัวแล้วให้รีบกลับมารู้ลมหายใจซึ่งเท่ากับละนันทิ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่จิตคิดเรื่องอนจะ
ื่
(๑๙) Youtube, อานาปานสติ, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔, https://www.youtube.com/watch?v=JDzh1ZZQKAw
(๒๐) พุทธทาสภิกขุ, อานาปานสติสมบูรณ์แบบ, ครั้งที่ ๑๔(กรุงเทพ: ธรรมสภา, ๒๕๖๔), หน้า ๖
(๒๑) เรื่องเดียวกัน, หน้า ๕๓, ๕๕

