Page 2207 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2207
๒๑๘๙
ึ
เรื่องนี้ ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เราพงก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวงเสียแล้วพงเข้าถึง
ึ
วิญญาณัญจายตนะอันมีการท้าในใจว่า วิญญาณไม่มีที่สุด ดังนี้แล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสตินี้
แหละ อันภิกษุนั้นพงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ถ้าภิกษุปรารถนาว่า
ึ
“เราพึงก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะเสียโดยประการทั้งปวง เข้าถึงอากิญจัญญายตนะ อันมีการท้าในใจว่าไม่
มีอะไร แล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสตินี้แหละ อนภิกษุนั้นพงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี
ึ
ั
ึ
ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เราพงก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะเสียโดย
ประการทั้งปวงเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะแล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสติสมาธินี่แหละ
อันภิกษุนั้นพึงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี”
“ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เราพงก้าวล่วงซึ่งเนวสัญญานา
ึ
สัญญายตนะเสียได้โดยประการทั้งปวงเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ แล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสติ
สมาธินี้แหละ อันภิกษุนั้นพึงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี” (๒๗)
อานิสงส์ของการเจริญอานาปานสตินั้นเมื่อจิตตั้งมั่นจะเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งฌาน แบ่งเป็นรูปสัญญา
๔ อนได้แก่ ๑ ปฐมฌาน ๒ ทุติยฌาน ๓ ตติยฌาน และ ๔ จตุตถฌาน เมื่อก้าวล่วงรูปสัญญาไปแล้วจะ
ั
เข้าสู่ระดับอรูปสัญญาได้แก่ ๑ อากาสานัญจายตนะ ๒ วิญญาณัญจายตนะ ๓ อากิญจัญญายตนะ
๔.เนวสัญญานาสัญญายตนะ และเมื่อก้าวล่วงอรูปสัญญาไปแล้วก็จะเข้าสู่สัญญาเวทยิตนิโรธ รวมมี ๙
ุ
ระดับ ซึ่งพระพทธเจ้าตรัสว่าสมาธิตั้งแต่ระดับปฐมฌานจนกระทั่งถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้นเป็น
คุรุกรรมหรือกรรมหนักในฝ่ายดีซึ่งให้ผลในทิฏฐธรรมคือให้ผลในปัจจุบัน ทั้งผู้ที่ท้าสมาธิได้ไม่ว่าระดับใดเมื่อ
ผู้นั้นเมื่อถึงแก่ความตายและสมาธิของบุคคลนั้นไม่เสื่อม คติ (ที่ไป) ของบุคคลนั้นย่อมเข้าสู่สุขติโลกสวรรค์
๕. อานาปานสติเป็นสุขวิหารระงับได้ซึ่งอกุศล
ุ
พระพทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติสมาธินี้แล อันบุคคลเจริญแล้ว ท้าให้มากแล้ว
ั
ั
ย่อมเป็นของร้างับ เป็นของประณีต เป็นของเย็น เป็นสุขวิหาร และย่อมยังอกุศลธรรมอนเป็นบาปอน
ั
เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นแล้ว ให้อนตรธานไป ให้ร้างับไปโดยควรแก่ฐานะ ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนฝุ่น
ธุลีฟงขึ้นแห่งเดือนสุดท้ายของฤดูร้อน ฝนหนักที่ผิดฤดูตกลงมาย่อมท้าฝุ่นธุลีเหล่านั้นให้อนตรธานไป ให้
ุ้
ั
ร้างับไปได้โดยควรแก่ฐานะ ข้อนี้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติสมาธิอันบุคคลเจริญแล้ว ท้าให้มากแล้ว
ั
ก็เป็นของระงับ เป็นของประณีต เป็นของเย็น เป็นสุขวิหาร และย่อมยังอกุศลธรรมอนเป็นบาป ที่เกิดขึ้น
ี
ั
แล้วและเกิดขึ้นแล้วให้อนตรธานไป ให้ร้างับไปได้ โดยควรแก่ฐานะได้ ฉันนั้น” (๒๘) อานิสงส์ที่ส้าคัญอก
ประการหนึ่งของการเจริญอานาปานสติก็คือการท้าให้อกุศลธรรมอนได้แก่ ธรรมอนเป็นอกุศลทั้งหลายที่
ั
ั
เกิดขึ้นแล้วให้หมดไปได้ ค้าว่า “อกุศลธรรม” นั้นมีความหมายกว้างกว่าอกุศลกรรมซึ่งหมายถึง
(๒๗) เรื่องเดียวกัน, หน้า ๖๔-๖๗
(๒๘) เรื่องเดียวกัน, หน้า ๘๓

