Page 2212 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2212
๒๑๙๔
ุ
ในสมเด็จพระสัมมาสัมพทธเจ้าและต้องเป็นศรัทธาที่หยั่งลงมั่นในพระองค์ กล่าวคือการเลื่อมใส
ในพระพุทธเจ้าอย่างถึงที่สุดแต่ส่วนเดียว (ตถาคเต เอกันตคโต อภิปปสันโน)
ุ
แต่การจะสร้างศรัทธาให้เกิดแก่บุคคลใดจ้าเป็นที่จะต้องให้ผู้นั้นรู้เสียก่อนว่า พระพทธเจ้าซึ่งเป็น
ศาสดาของพวกเรามีความเก่งหรือเลิศอย่างไร และเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดที่จะเสมอเหมือนพระองค์ ทุกวันนี้มี
ชาวพุทธสักกี่คนที่รู้จักพระศาสดาของตนเองเป็นอย่างดี มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าความเลิศของพระศาสดาของ
ี
เรานั้นมีมากเพยงใด พระองค์ทรงก้าหนดสมาธิทุกครั้งเมื่อจะตรัสทุกถ้อยค้าของพระองค์จึงไม่ผิดพลาด มี
ความสอดรับไม่ขัดแย้งกัน และเป็นอกาลิโก คือ ถูกต้องตรงจริงไม่จ้ากัดด้วยกาลเวลา สิ่งนี้แม้
พระอรหันตสาวกผู้ปัญญาวิมุตติก็มิอาจกระท้าได้ ดังนั้นหากเราทั้งหลายเชื่อในการตรัสรู้ของพระองค์และมี
ศรัทธาที่หยั่งลงมั่นในพระองค์ เราก็จะศรัทธาในค้าสอนของพระองค์และโยนิโสมนสิการตลอดจน
น้อมน้ามาปฏิบัติบูชาเพื่อให้เกิดปัญญามองเห็นโทษภัยของการเวียนว่ายในสังสารวัฏต่อไป
ดังได้กล่าวมาแล้วว่าสิ่งแรกและเป็นสิ่งที่ส้าคัญที่สุดที่ควรต้องสร้างก็คือศรัทธา ซึ่งในที่นี้มุ่งไปที่
ื่
ศรัทธาในสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังล้าดับการปฏิบัติเพอรู้ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “การประสบความ
พอใจในอรหัตตผลย่อมมีได้เพราะการศึกษา การกระท้า และการปฏิบัติโดยล้าดับ เริ่มจากการเป็นผู้มี
ศรัทธา เมื่อศรัทธาเกิดขึ้นแล้วย่อมเข้าไปหาผู้ถึงอริยสัจ (สัปบุรุษ) เมื่อเข้าไปหาย่อมเข้าไปนั่งใกล้ เมื่อเข้า
ั
ั
ไปนั่งใกล้ย่อมเงี่ยโสตลงสดับ ผู้เงี่ยโสตลงสดับย่อมได้ฟงธรรม ครั้นฟงแล้วย่อมทรงจ้าธรรมไว้ ย่อม
ใคร่ครวญพจารณาซึ่งเนื้อความแห่งธรรมทั้งหลายที่ตนทรงจ้าไว้ เมื่อเขาใคร่ครวญพจารณาซึ่งเนื้อความ
ิ
ิ
่
ิ
แห่งธรรมนั้นอยู่ธรรมทั้งหลายย่อมทนต่อการเพงพสูจน์ เมื่อธรรมทนต่อการเพงพสูจน์มีอยู่ ฉันทะ
ิ
่
ุ
(ความพอใจ) ย่อมเกิด ผู้เกิดฉันทะแล้วย่อมมีอตสาหะ ครั้นมีอุตสาหะแล้วย่อมพิจารณาหาความสมดุลแห่ง
ธรรม ครั้นพจารณาหาความสมดุลแห่งธรรมแล้วย่อมตั้งตนไว้ในธรรมนั้น ผู้มีตนส่งไปแล้วในธรรมนั้นอยู่
ิ
ย่อมกระท้าให้แจ้งซึ่งบรมสัจจ์ด้วยกายด้วย ย่อมเห็นแจ้งแทงตลอดซึ่งบรมสัจจ์นั้นด้วยปัญญาด้วย” (๓๖)
วิธีสร้างศรัทธานั้นประการส้าคัญคือต้องให้ข้อมูลแก่บุคลากรที่ถูกต้อง อาทิ การจัดให้มีการ
ื่
แสดงธรรมโดยพระสงฆ์หรือผู้ทรงคุณวุฒิ การตั้งเพจในเฟซบุ๊กเพอเผยแผ่ธรรม หรือการจัดท้าสื่อต่าง ๆ
ุ
เพื่อเผยแผ่ธรรม ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ต้องเป็นธรรมที่พระพทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นธรรมที่ออกจากพระโอษฐ์
ั
ของพระองค์มิใช่ค้าสอนที่ถูกแต่งขึ้นมาใหม่โดยสาวกซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้อนจะก่อให้เกิดความสับสนแก่
่
ผู้ฟังและเป็นเหตุให้พระสัทธรรมเสื่อม ทั้งก่อให้เกิดมิจฉาทิฎฐิแกผู้ฟังอีกด้วย ดังนั้นผู้แสดงธรรมก็ดีผู้จัดท้า
สื่อใด ๆ ก็ดีล้วนต้องมีองค์ความรู้ในค้าสอนของพระศาสดาอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ควรบรรจุหัวข้อการพฒนากายและจิตด้วยอานาปานสติในการอบรมเจ้าหน้าที่ธุรการ
ั
ตลอดจนตุลาการในทุกหลักสูตร แต่ละหลักสูตรควรแบ่งเป็นภาคทฤษฎีและปฏิบัติดังเช่นที่มีในหลักสูตร
การอบรมผู้ช่วยผู้พพากษาหรือเจ้าหน้าที่ธุรการบางหลักสูตร และควรมีความเข้มข้นในแง่ของการทดสอบ
ิ
(๓๖) คณะงานธัมมะ วัดนาป่าพง, พุทธวจน ก้าวย่างอย่างพุทธะ, ๒๕๖๓, หน้า ๓๙

