Page 2206 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2206
๒๑๘๘
๓. จิตหลุดพ้นจากอาสวะ
พระพทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลายแม้เราเอง เมื่อยังไม่ตรัสรู้ ก่อนการตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่
ุ
ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้เป็นอันมาก ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้เป็นอันมาก กายก็ไม่ล้าบาก
ตาก็ไม่ล้าบาก และจิตของเราก็หลุดพนจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่นด้วยอปาทาน ภิกษุทั้งหลาย
้
ุ
เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “กายของเราไม่พงล้าบาก ตาของเราไม่พงล้าบาก และจิตของ
ึ
ึ
้
เราพงหลุดพนจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่นด้วยอปาทาน” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสติสมาธินี่แหละ
ุ
ึ
ั
ุ
(๒๖)
ึ
อนภิกษุนั้นพงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี” อานาปานสติสมาธินี้แม้ก่อนพระพทธเจ้าตรัสรู้พระองค์ก็ทรง
อยู่ด้วยวิหารธรรมดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่และพระองค์ตรัสถึงอานิสงส์จากการอยู่ด้วยวิหารธรรมดังกล่าวว่า
้
ท้าให้พระวรกาย และพระเนตรของพระองค์ไม่ล้าบาก และจิตของพระองค์ก็หลุดพนจากอาสวกิเลส
พระองค์จึงทรงย้้าให้เจริญอานาปานสติให้มาก
๔. เป็นเหตุให้ได้สมาธิในระดับรูปสัญญาทั้งสี่และอรูปสัญญาทั้งสี่ และสัญญาเวทยิตนิโรธ
พระพทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เราพงเป็น
ุ
ึ
ผู้สงัดจากกามทั้งหลาย สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายเข้าถึงปฐมฌาน อนมีวิตก วิจาร มีปีติ และสุขอนเกิด
ั
ั
จากวิเวกแล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสตินี้แหละ อนภิกษุนั้นพงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี ภิกษุ
ึ
ั
ึ
ั
ทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เพราะวิตกวิจารระงับไป เราพงเข้าถึงทุติยฌาน อน
ั
เป็นเครื่องผ่องใสแห่งจิตในภายในเพราะธรรมอนเอกคือ สมาธิผุดมีขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติ และสุข
อันเกิดจากสมาธิแล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสตินี้แหละ อันภิกษุนั้นพึงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี
ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ เราพึงเป็นผู้อยู่
อุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยกาย (สขญฺกาเยน) ชนิดที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า ผู้นั้นเป็นผู้อยู่อุเบกขา
มีสติ มีการอยู่เป็นสุข เข้าถึงตติยฌาน แล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสตินี้แหละ อันภิกษุนั้นพึงท้า
ไว้ในใจให้เป็นอย่างดี ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เพราะละสุขและทุกข์
ึ
เสียได้ เพราะความดับไปแห่งโสมนัสและโทมนัสในกาลก่อน เราพึงเข้าถงจตุตถฌาน อันไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มี
ุ
แต่ความบริสุทธิ์แห่งสติเพราะอุเบกขาแล้วแลอยู่เถิด” ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสติสมาธินี้แหละ อันภิกษนั้น
พึงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี”
“ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ถ้าภิกษุปรารถนาว่า “เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาเสียโดย
ประการทั้งปวง เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญาทั้งหลาย เพราะการไม่กระท้าในใจซึ่งนานัตตสัญญามี
ึ
ั
ประการต่าง ๆ เราพงเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ อนมีการท้าในใจว่าอากาศไม่มีที่สุด ดังนี้แล้วแลอยู่เถิด”
ึ
ดังนี้แล้วไซร้ อานาปานสตินี้แหละ อนภิกษุนั้นพงท้าไว้ในใจให้เป็นอย่างดี ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นใน
ั
(๒๖) เรื่องเดียวกัน, หน้า ๖๑

