Page 2264 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2264
๒๒๔๖
ั
ิ่
พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมมีการพฒนารูปแบบตามไปด้วย การเพมเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ใน
้
ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรมขาราชการศาลยุติธรรมจึงมิใช่แนวทางที่เหมาะสม
เนื่องจากอาจส่งผลต่อความศักดิ์สิทธิ์และความแน่นอนของประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวล
จริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม และในบางกรณีอาจส่งผลให้มีการด าเนินการทางวินัยที่เกินสัดส่วนความ
เหมาะสมและความจ าเป็นแก่ผู้พพากษาได้ โดยปัจจุบันในบางกรณีจึงจ าเป็นที่คณะกรรมการตุลาการศาล
ิ
ยุติธรรมและคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมจะต้องตีความบทบัญญัติในประมวลจริยธรรมข้าราชการ
ตุลาการและประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรมที่มีอยู่เดิมให้บังคับใช้ได้อย่างเหมาะสมในภาวการณ์ของ
สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และควบคุมมิให้เกิดกรณีการใช้สื่อสังคมที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อ
ิ่
ภาพลักษณ์ขององค์กรศาลยุติธรรม โดยไม่จ าต้องเพมเติมบทบัญญัติของประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ
และประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม จากการศึกษาพบว่า การใช้วิธีสร้างความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน
เกี่ยวกับแนวทางการใช้สื่อสังคมและการสอดแทรกความรู้เท่าทันเทคโนโลยีในการใช้สื่อสังคมใหม่ ๆ ผ่าน
ั
หลักสูตรการอบรมและพฒนาทั้งในส่วนของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมและข้าราชการศาลยุติธรรม การ
ประชาสัมพนธ์น าเสนอผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของศาลยุติธรรมไปยังบุคลากรในองค์กร และการ
ั
สนับสนุนให้บุคลากรของศาลยุติธรรมได้รับการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ
หน่วยงานภายนอก ที่มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านการใช้สื่อสังคม น่าเป็นรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม
กับวัฒนธรรมองค์กรและสภาพความเป็นจริงของการใช้สื่อสังคมในปัจจุบัน

