Page 2410 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2410
๒๓๙๕
การกระท าความผิดในอดีต จึงท าให้ผลการประเมินความเสี่ยงที่ได้ไม่สะท้อนต่อความจริง ผู้เขียนเคยทดลอง
ื่
น าส านวนที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนีมาท าแบบประเมินความเสี่ยงเพอต้องการทราบว่าแบบประเมิน
ความเสี่ยงแม่นย าจริงหรือไม่ ปรากฏว่าทุกส านวนที่น ามาทดลองท าแบบประเมินความเสี่ยงได้ผลการ
ประเมินในระดับปานกลางถึงต่ าทั้งหมด ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ปรากฏในส านวน แม้ผลการ
ประเมินความเสี่ยงจะไม่ได้ระดับเสี่ยงสูงก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ต้องหาจะไม่หลบหนีแต่อย่างใด
เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดผลที่น่ากังวลอยู่ ๒ ประการ กล่าวคือ หากผู้พิพากษาน าแบบประเมินความเสี่ยง
ไปใช้แล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปตาม “ผล” การประเมินความเสี่ยงที่ได้ โดยไม่ดูปัจจัยอนประกอบก็อาจ
ื่
ท าให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยบางคนที่ไม่ควรได้รับการปล่อยชั่วคราวกลับได้รับการปล่อยชั่วคราวเพราะ
ผู้พพากษาเห็นว่า “ผล” การประเมินความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ าหรือปานกลางหรือในกรณีที่ผู้พพากษา
ิ
ิ
ใช้แบบประเมินความเสี่ยงแล้วพบสาเหตุเช่นเดียวกับผู้เขียนที่ท าให้ผลการประเมินความเสี่ยงส่วนใหญ่
อยู่ในระดับต่ าถึงปานกลาง ก็อาจไม่เกิดความไม่เชื่อถือหรือไม่มั่นใจในแบบประเมินความเสี่ยงสุดท้าย
ื่
ก็ต้องหันกลับไปเรียกหลักประกันเพอความมั่นใจว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยจะไม่หลบหนีเหมือนที่เคยท ามาในอดีต
ื่
ผู้เขียนจึงขอเสนอให้มีการจัดท าวิจัยเพอปรับปรุงระบบการให้คะแนนหรือการถ่วงน้ าหนักในการคิด
ค่าคะแนนความเสี่ยงใหม่ โดยไม่มุ่งไปให้ค่าความส าคัญกับปัจจัยความเสี่ยงในกลุ่มประวัติการกระท าความผิด
หรือการหลบหนีการปล่อยชั่วคราวมากเกินไป แต่ควรปรับการถ่วงน้ าหนักการให้คะแนนปัจจัยในกลุ่มที่ ๑
และกลุ่มที่ ๒ ให้มากขึ้นโดยเฉพาะปัจจัยด้านประวัติส่วนตัว เกี่ยวกับเรื่องการท างาน ที่อยู่อาศัย และ
ุ
ครอบครัวภาระการอปการะเลี้ยงดู จากการที่ผู้เขียนศึกษาส านวนการปล่อยชั่วคราวในแนวทางใหม่พบว่า
ปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อการหลบหนีหรือการผิดเงื่อนไข เช่น ผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่มีภูมิล าเนาอยู่ในเขต
จังหวัดกาญจนบุรี มีงานท าเป็นหลักแหล่งในจังหวัดกาญจนบุรี หรือมีครอบครัวที่ต้องอปการะเลี้ยงดู
ุ
มักไม่พบว่ามีการหลบหนี เนื่องจากผู้ต้องหาหรือจ าเลยส่วนใหญ่ที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไมเรียก
่
หลักประกันเป็นคนยากจน จึงย่อมไม่มีศักยภาพเพยงพอที่จะหลบหนีได้ ซึ่งเป็นตรรกะที่เข้าใจได้ไม่ยาก
ี
เพราะขนาดเงินจะใช้ยื่นค าร้องขอปล่อยชั่วคราวยังไม่มี แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้ในการหลบหนีได้
กลุ่มผู้ต้องหาหรือจ าเลยเหล่านี้ส่วนใหญ่จึงไม่ได้หลบหนี หรือแม้จะมีผิดเงื่อนไขบ้างก็อาจเป็นเรื่องการขาดวินัย
ไร้ความรับผิดชอบ หากศาลใช้มาตรการในการติดตามจับกุมอย่างเคร่งครัดก็ไม่ยากที่จะได้ตัวมาเนื่องจาก
ื้
ตัวผู้ต้องหาหรือจ าเลยอาศัยอยู่ในพนที่จังหวัดกาญจนบุรี ในทางตรงข้ามผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่ไม่มี
ภูมิล าเนาหรือครอบครัวอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาท างาน
ั
ในพนที่จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ต้องหาหรือจ าเลยกลุ่มนี้มีอตราการผิดเงื่อนไขมากกว่า เมื่อได้รับอนุญาต
ื้
ให้ปล่อยชั่วคราวก็มักเดินทางกลับภูมิล าเนาของตนโดยไม่มาศาลตามก าหนดนัด ท าให้ศาลต้องออกหมายจับ
ซึ่งในปัจจุบันยังมีหมายจับในกรณีที่ผู้ต้องหรือจ าเลยมีภูมิล าเนาอยู่นอกจังหวัดกาญจนบุรีที่ศาลยังไม่ได้ตัว
ี
มาด าเนินคดีอกหลายราย การติดตามจับกุมตัวมาจึงไม่ง่ายเหมือนกรณีผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่มีภูมิล าเนา
ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ต้องหาหรือจ าเลยในช่วงแรกที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเริ่มต้น
ขับเคลื่อนนโยบาย โดยในขณะนั้นศาลยังไม่มีประสบการณ์ในการด าเนินงานมากนักจึงพจารณาจาก
ิ
“ข้อหา” และ “ผลการประเมินความเสี่ยง” เป็นหลัก ไม่ได้ดูปัจจัยเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยหรือภาระครอบครัว
ประกอบด้วยซึ่งเมื่อพิจารณาจากแบบประเมินความเสี่ยงที่ใช้ในปัจจุบันพบว่ามีการให้ค่าน้ าหนักความเสี่ยง

