Page 2413 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2413

๒๓๙๘

                          ื่
                                                                             ั
                 ดังนั้น  เพอลดการคุมขังที่ไม่จ าเป็นศาลจึงควรส่งเสริมและประชาสัมพนธ์ให้จ าเลยทราบถึงสิทธิในการ
                 ท างานบริการสังคมแทนค่าปรับ  โดยทุกคดีที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีลงโทษปรับศาลจะแจ้งให้จ าเลยทราบ
                                                                    ิ
                 ถึงสิทธิในการท างานบริการสังคมแทนค่าปรับหลังจากอานค าพพากษา  ซึ่งคดีส่วนใหญ่ศาลก็มักจะอนุญาต
                                                              ่
                                                               ิ
                 ให้จ าเลยได้ท างานบริการสังคมแทนค่าปรับได้  โดยพจารณาจากพฤติการณ์ของจ าเลยที่ศาลอนุญาต
                 ให้ปล่อยชั่วคราวได้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน  จ าเลยก็ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลก าหนดได้อย่างครบถ้วน
                 และเดินทางมาศาลในวันที่ศาลมีพพากษา  หากจ าเลยเหล่านี้ยื่นค าร้องขอท างานบริการสังคมแทนค่าปรับ
                                             ิ
                 ก็สมควรจะได้รับโอกาสในการท างานบริการสังคมแทนค่าปรับเช่นกัน

                         ๖. แก้ข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์  วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียกประกัน

                                                                                         ื่
                 หรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘  เพอให้สอดคล้องกับ
                 หลักการในระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๔
                                                                                           ั
                 ข้อ ๔ ที่ก าหนดให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยโดยตนเอง  หรือผู้ที่เป็นเครือญาติ หรือเกี่ยวพนโดยทางสมรส
                 หรือในทางการงานกับผู้ต้องหาหรือจ าเลย  อาจยื่นค าร้องขอปล่อยชั่วคราวได้  และในวรรคสองระบุว่า

                 ศาลอาจให้ผู้ยื่นค าร้องท าสัญญาประกันด้วยตนเองก็ได้  จึงเป็นการขยายโอกาสในการได้รับการปล่อยชั่วคราว
                 ของผู้ต้องหาหรือจ าเลย  และเพิ่มตัวบุคคลที่สามารถท าสัญญาประกันผู้ต้องหาหรือจ าเลยได้  ซึ่งในทางปฏิบัติ

                 ที่ผ่านมาของศาลจังหวัดกาญจนบุรีก็มักจะให้ญาติของผู้ต้องหาหรือจ าเลยท าสัญญาประกันไว้แทนตัว
                 ผู้ต้องหาหรือจ าเลยโดยไม่ต้องวางหลักประกัน  เพื่อเป็นการเพิ่มบุคคลที่จะต้องรับผิดชอบหากผู้ต้องหาหรือ

                 จ าเลยหลบหนี  ซึ่งมีผลในเชิงป้องกันการหลบหนีได้ดีกว่าการให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยท าสัญญาประกันตัวเอง  แต่

                                 ิ
                 อย่างไรก็ตามหากพจารณาข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์  วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการ
                 เรียกประกันหรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘  ข้อ ๑๑

                                                                                 ิ
                 ที่ระบุว่า  การใช้บุคคลเป็นประกันหรือหลักประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา  มาตรา
                 ๑๑๔ วรรคสอง  (๓)  ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้


                         ๑๑.๑ บุคคลผู้ขอประกันจะต้องเป็นผู้มีต าแหน่งหน้าที่การงานหรือมีรายได้แน่นอน  เช่น  เป็นข้าราชการ

                 ข้าราชการบ านาญ สมาชิกรัฐสภา  ผู้บริหารราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น พนักงานองค์การ
                                                                           ื่
                 บริหารส่วนท้องถิ่น  พนักงานรัฐวิสาหกิจ  พนักงานของรัฐประเภทอน ๆ  ลูกจ้างของทางราชการหรือ
                 รัฐวิสาหกิจ  ผู้บริหารพรรคการเมือง  หรือทนายความ   และเป็นผู้มีความสัมพนธ์กับผู้ต้องหาหรือจ าเลย
                                                                                   ั
                 เช่น  เป็นบุพการรี  ผู้สืบสันดาน  สามี  ภริยา ญาติพน้อง  ผู้บังคับบัญชา  นายจ้าง  บุคคลที่เกี่ยวพนโดยทางสมรส
                                                                                             ั
                                                         ี่
                                                                                            ั
                                                                                                      ื่
                 หรือบุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพนธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติพน้องหรือมีความสัมพนธ์ในทางอน
                                                 ั
                                                                          ี่
                 ที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้
                 ข้อ ๑๒ ผู้ต้องหาหรือจ าเลยอาจท าสัญญาประกันตนเองได้  และให้น าหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๑.๑  มาใช้บังคับ

                 โดยอนุโลม


                         จากข้อบังคับของประธานศาลฎีกาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการใช้บุคคลเป็นประกันมีได้  ๒  กรณี
                 คือ  ตัวบุคคลเป็น  “ผู้ท าสัญญาประกัน”  และตัวบุคคลในฐานะที่เป็น  “หลักประกัน”  แต่ข้อความ
   2408   2409   2410   2411   2412   2413   2414   2415   2416   2417   2418