Page 2409 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2409

๒๓๙๔

                         ๒. ปรับปรุงแบบประเมินความเสี่ยงของสถาบันวิจัยและพัฒนารพพัฒนศักดิ์  การปล่อยชั่วคราว
                                                                               ี
                                                                                                   ี
                 ในอดีตที่ศาลจ าต้องเรียกหลักประกันเนื่องจากศาลไม่มีข้อมูลของผู้ต้องหาหรือจ าเลยมากเพยงพอ
                 ที่จะประเมินว่าหากปล่อยชั่วคราวไปแล้วผู้ต้องหาหรือจ าเลยจะหลบหนี  ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือ

                 ก่อภัยอนตรายประการอนหรือไม่  ศาลจึงจ าเป็นต้องเรียกหลักประกันโดยเชื่อว่าหลักประกันจะเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้ง
                       ั
                                    ื่
                 ไม่ให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนี  เพราะหากหลบหนีก็จะต้องถูกบังคับคดีแก่หลักประกันที่น ามาวางศาล
                                                                               ั
                                                                              ี
                                                                       ั
                 แม้ในปัจจุบันจะมีแบบประเมินความเสี่ยงของสถาบันวิจัยและพฒนารพพฒนศักดิ์มาให้ศาลใช้ประเมิน
                 ความเสี่ยงก่อนมีค าสั่งค าร้องขอปล่อยชั่วคราว  แต่แบบประเมินความเสี่ยงดังกล่าวได้ถูกวิจัยมาเพอใช้กับ
                                                                                                  ื่
                 คดีที่มีอตราโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินห้าปี  เนื่องจากในขณะที่มีการท าวิจัยเพอใช้แบบประเมินความเสี่ยง
                       ั
                                                                                 ื่
                                            ิ
                                                                                                     ั
                 ดังกล่าว  ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา  มาตรา ๑๑๐ ยังไม่ได้แก้ไข  โดยขณะนั้นคดีที่มีอตรา
                 โทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินห้าปี  ศาลอาจมีค าสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้โดยไม่ต้องมีประกัน  แต่จากการที่
                 ผู้เขียนได้ทดลองใช้แบบประเมินความเสี่ยงทั้งในคดีที่มีอตราโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินห้าปีไปจนถึงคดีที่มี
                                                                ั
                 อตราโทษจ าคุกอย่างสูงเกินสิบปี  ในช่วงเริ่มต้นของการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกาพบว่า
                  ั
                 แบบประเมินความเสี่ยงยังมีปัญหาเรื่องความแม่นย าหรือความน่าเชื่อ โดยแบบประเมินความเสี่ยงมีการ

                 ก าหนดดัชนีความเสี่ยง  กลุ่มประวัติส่วนตัว  ๔  ปัจจัย  พฤติการณ์ในคดี  ๕  ปัจจัย และกลุ่มประวัติ

                 การกระท าผิดในอดีต  ๕  ปัจจัย  หลังจากนั้นน าคะแนนที่ได้มาค านวณความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราว
                 แบ่งความเสี่ยงออกเป็น  ๕  ระดับ  คือ  ช่วงความเสี่ยง ๒๐% ระดับความเสี่ยงต่ ามาก  ๒๕% - ๔๐%

                 ระดับความเสี่ยงต่ า  ๔๕% - ๖๐%   ระดับความเสี่ยงปานกลาง  ๖๕% - ๘๐%  ระดับความเสี่ยงสูงและ

                 ๘๕% - ๑๒๐%  ระดับความเสี่ยงสูงมาก  ในการท าแบบประเมินความเสี่ยงส่วนใหญ่ผู้เขียนพบว่าผลการ
                 ประเมินความเสี่ยงมักจะออกมาในระดับเสี่ยงต่ าถึงเสี่ยงปานกลาง  จากการปฏิบัติงานผู้เขียนยังไม่เคยพบ

                 ส านวนประเมินความเสี่ยงที่ได้ผลในระดับเสี่ยงสูงเลย  จึงพยายามหาสาเหตุว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
                 ผู้เขียนพบว่าแบบประเมินความเสี่ยงให้ค่าน้ าหนักความเสี่ยงในกลุ่มที่ ๓  เกี่ยวกับประวัติการกระท า

                 ความผิดในอดีตมาก่อนมากถึง ๘๐% แต่กลับมีการให้ค่าน้ าหนักความเสี่ยงกับปัจจัยในกลุ่มที่ ๑ และที่ ๒

                   ี
                 เพยงกลุ่มละ ๒๐% เท่านั้น  โดยเฉพาะในปัจจัยเกี่ยวกับการเคยกระท าความผิดระหว่างปล่อยชั่วคราว
                 หรือไม่  และเคยหลบหนีการปล่อยชั่วคราวหรือไม่  มีค่าคะแนนความเสี่ยงมากถึง ๑๕ คะแนน  ในขณะที่

                                                     ี
                       ื่
                 ปัจจัยอนในกลุ่มที่ ๑ และ ๒ จะมีคะแนนเพยง ๑  ถึง ๖  คะแนนเท่านั้น  ซึ่งเท่ากับว่า  หากผู้ต้องหาหรือ
                 จ าเลยรายนั้นเคยกระท าความผิดหรือเคยหลบหนีการปล่อยชั่วคราวมาก่อน จะได้ค่าคะแนนความเสี่ยงถึง
                 ๓๐  คะแนน  ซึ่งในกลุ่มด้านประวัติกระท าความผิดมีการถ่วงน้ าหนักความเสี่ยงมากถึง ๘๐% ผู้ต้องหา

                 หรือจ าเลยรายนั้นย่อมมีผลการประเมินความเสี่ยงสูงหรือสูงมากทันที  แต่ในทางกลับกันหากผู้ต้องหาหรือ
                 จ าเลยรายนั้นไม่เคยกระท าความผิดระหว่างปล่อยชั่วคราวหรือไม่เคยหลบหนีการปล่อยชั่วคราว คะแนน

                 การประเมินในกลุ่มที่ ๓  จะหายไปถึง ๓๐ คะแนน ความเสี่ยงก็จะลดลงทันที  ดังนั้น  จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

                 ที่ผลการประเมินความเสี่ยงจะออกมาในระดับต่ าถึงปานกลางเป็นส่วนใหญ่  หากผู้ต้องหรือจ าเลยรายใด
                 ไม่เคยมีประวัติกระท าผิดระหว่างปล่อยชั่วคราวหรือไม่เคยมีประวัติหลบหนีการปล่อยชั่วคราว  เมื่อมีการ

                 ท าแบบประเมินความเสี่ยงก็ย่อมไม่มีทางที่ผลจะออกมาในระดับเสี่ยงสูงได้เลย  เนื่องจากค่าคะแนนความ

                 เสี่ยงในกลุ่มที่ ๓ หายไปมาก  การที่แบบประเมินความเสี่ยงในปัจจุบันมุ่งเน้นให้ความส าคัญกับประวัติ
   2404   2405   2406   2407   2408   2409   2410   2411   2412   2413   2414