Page 2414 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2414

๒๓๙๙

                 ในข้อ ๑๑  ระบุถึงรวมถึงการใช้ตัวบุคคลเป็นประกันว่าต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๑.๑

                                                       ั
                 ซึ่งนอกจากจะต้องเป็นญาติหรือมีความเกี่ยวพนกับผู้ต้องหาหรือจ าเลยแล้ว ยังต้องเป็นบุคคลที่มีต าแหน่ง
                 หน้าที่การงานหรือมีรายได้แน่นอนด้วย  โดยในข้อ ๑๑.๑ (๒)  ก าหนดให้ท าสัญญาประกันได้ในวงเงิน

                 ไม่เกิน ๑๐ เท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน  ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยท าสัญญาประกันตัวเอง

                 ก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน  การท าสัญญาประกันตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาดังกล่าวจึงมุ่งเน้น
                 ให้ความส าคัญกับเงินเดือนหรือรายได้ของผู้ประกันเป็นหลัก  หากผู้ขอประกันไม่ว่าจะเป็นกรณีญาติหรือ

                 ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือจ าเลย  หรือตัวผู้ต้องหาหรือจ าเลยยื่นขอประกันตัวเอง  เป็นผู้ไม่มีต าแหน่ง
                 หน้าที่การงานหรือไม่มีรายได้แน่นอน  ย่อมไม่อาจเข้าท าสัญญาประกันได้  ข้อบังคับดังกล่าวจึงไม่สอดคล้อง

                 กับระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว  (ฉบับที่ ๓)  พ.ศ. ๒๕๖๔  ข้อ ๔  ที่ไม่ได้น า

                 รายได้หรือต าแหน่งของผู้ขอประกันมาใช้ก าหนดเป็นเงื่อนไขในการยื่นค าร้องขอปล่อยชั่วคราวและการท า
                 สัญญาประกัน  ผู้เขียนเห็นว่าข้อบังคับของประธานศาลฎีกาดังกล่าวควรใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่บุคคลเป็น

                 “หลักประกัน”  เท่านั้น  ไม่ควรน ามาใช้กับกรณีการท าสัญญาประกันในกรณีที่ศาลไม่ได้เรียกหลักประกัน
                 จึงขอเสนอให้แก้ไขข้อบังคับดังกล่าว  ข้อ ๑๑ ในตอนต้น  โดยตัดข้อความว่า  “การใช้บุคคลเป็นประกัน”

                             ี
                 ออกให้เหลือเพยง  “การใช้บุคคลเป็นหลักประกัน”  และแก้ไขข้อบังคับข้อ ๑๒  เป็นว่า  “ผู้ต้องหาหรือ
                 จ าเลยอาจท าสัญญาประกันตนเองได้”  โดยไม่ต้องให้น าหลักเกณฑ์ในข้อ  ๑๑.๑  มาใช้บังคับโดยอนุโลมอก
                                                                                                       ี
                   ื่
                 เพอให้สอดคล้องกับหลักการในระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว  (ฉบับที่ ๓)
                 พ.ศ. ๒๕๖๔  ข้อ ๔


                         ๗. ส่งเสริมให้มีการน ามาตรการติดตามจับกุมมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ  ปัจจุบันมาตรการในการ
                                                                                  ื่
                 ติดตามจับกุมยังถูกน ามาใช้ไม่มากเท่าที่ควร  ทั้ง ๆ  ที่เป็นมาตรการที่จ าเป็นเพอรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์
                                                                             ี่
                 ในกระบวนการยุติธรรม  ท าให้สังคมเห็นว่าศาลไม่ได้นิ่งดูดายเมื่อมีกรณีทผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนี  ศาล
                 มีมาตรการที่สามารถน าตัวจ าเลยมาพจารณาคดีและบังคับโทษได้ตามกฎหมาย  การปล่อยชั่วคราว
                                                  ิ
                 ในแนวทางใหม่จึงต้องมีการน ามาตรการในการติดตามจับกุมมาใช้ควบคู่ไปด้วยเสมอ  ส านักงานศาลยุติธรรม

                 จึงควรมีมาตรการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเพื่อให้เจ้าพนักงานต ารวจทราบถึงสิทธิในการได้รับเงินรางวัลและ
                                             ื่
                 สินบนตามมาตรการดังกล่าวเพอจูงใจให้มีการติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล
                 นอกจากนี้ในอนาคตหากมีการน าแนวทางในการปล่อยชั่วคราวรูปแบบใหม่มาใช้มากขึ้น  ส านักงานศาลยุติธรรม

                 ควรเพมอตราก าลังเจ้าพนักงานต ารวจศาล  เพอรองรับภารกิจในการติดตามจับกุม  การที่ศาลปล่อยชั่วคราว
                                                       ื่
                         ั
                      ิ่
                 แล้วมีผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนีจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่ากังวลใจ  หากแต่เมื่อผู้ต้องหาหรือจ าเลย
                 หลบหนีแล้วศาลไม่รีบใช้มาตรการในการติดตามจับกุมย่อมเป็นสิ่งที่แปลกและน่ากังวลใจมากกว่า  ดุลยภาพ
                 แห่งสิทธิย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้  เพราะเท่ากับศาลมุ่งเน้นที่จะให้ความส าคัญกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ

                                          ี
                 ของผู้ต้องหาหรือจ าเลยแต่เพยงฝ่ายเดียวโดยการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน
                 แต่การไม่น ามาตรการในการติดตามจับกุมมาใช้ก็เท่ากับศาลละเลยไม่ค านึงถึงความสงบสุขของสังคม
                 มาตรการในการติดตามจับกุมจึงเป็นมาตรการที่ทุกศาลจะต้องปฏิบัติเพอให้มาตรการดังกล่าวเกิดประสิทธิภาพ
                                                                         ื่
                 ให้มากที่สุด  การเก็บสถิติรายงานผลการปฏิบัติงานด้านการปล่อยชั่วคราวตามแนวทางใหม่  จึงจ าเป็นต้องให้
   2409   2410   2411   2412   2413   2414   2415   2416   2417   2418   2419