Page 2429 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2429

๒๔๑๔


                         หลักและแนวทางฉบับดังกล่าวกล่าวถึงการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายไว้ดังนี้


                         ๑. รัฐควรให้การรับรองสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายในระบบกฎหมายภายในให้มาก
                 ที่สุด ถ้าเป็นไปได้ควรระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
                                                    ๒๒

                                                                                                    ื่
                         ๒. รัฐควรบัญญัติกฎหมายเรื่องการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเป็นการเฉพาะขึ้นเพอให้การ
                 เข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐควรจัดสรรคนรวมทั้งงบประมาณเพอรองรับ
                                                                                                     ื่
                 ระบบการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย รัฐควรให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายเพอ
                                                                                                          ื่
                 ป้องกันมิให้เกิดอาชญากรรมและป้องกันการตกเป็นเหยื่อ
                                                               ๒๓
                         ๓. หากมิได้กระทบต่อสิทธิของผู้ต้องหา รัฐควรให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เหยื่ออาชญากรรม

                                                          ๒๔
                 และพยานในกรณีที่สมควร (where appropriate)

                         ๔. รัฐควรมีหลักประกันว่าบทบัญญัติเรื่องการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายจะใช้กับทุกคนโดยไม่มี
                 การแบ่งแยกเรื่องอายุ เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา หรือความเชื่อ การเมือง ความคิดเห็น ชาติก าเนิด

                                                                                                        ื่
                 ทรัพย์สิน ความเป็นพลเมืองของประเทศใด ถิ่นที่อยู่ การเกิด การศึกษา ฐานะทางสังคม หรือฐานะอนใด
                 (non-discrimination)


                         ๕. รัฐควรมีหลักประกันว่าการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายจะต้องกระท าอย่างทันท่วงทีใน

                 ทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (prompt and effective provision of legal aid)

                         ๖. รัฐควรมีหลักประกันว่าข้อมูลเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการเข้าถึงบริการ

                                                                            ั
                 ทางกฎหมายสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และมีการประชาสัมพนธ์ให้สาธารณชนทราบ (right to be
                 informed)

                                                   ื่
                                                            ิ
                                             ิ
                         ๗. รัฐควรมีมาตรการพเศษเพอให้กลุ่มพเศษสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ เช่น
                 ผู้หญิง เด็ก (ผู้ที่อายุต่ ากว่า ๑๘ ปี) ผู้สูงอายุ ชนกลุ่มน้อย ผู้พการด้านร่างกาย ผู้ป่วยทางจิต ผู้ป่วยเอชไอวี
                                                                     ิ
                 ผู้ป่วยโรคติดต่อ ผู้ใช้ยาเสพติด ชนพนเมือง คนไร้สัญชาติ ผู้ลี้ภัย ชาวต่างชาติ ผู้อพยพ ผู้อพยพเข้ามาใช้
                                                ื้
                 แรงงาน ผู้พลัดถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนนั้นๆ เช่น ความออนไหวเรื่องเพศสภาพ หรือ
                                                                                     ่
                 จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมกบอายุของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และรัฐควรมีหลักประกันว่าความช่วยเหลือ
                                         ั




                 ๒๒  Principle 1. Right to legal aid
                 ๒๓  Principle 2. Responsibilities of the State
                 ๒๔  Principle 4. Legal aid for victims of crime

                     Principle 5. Legal aid for witnesses
   2424   2425   2426   2427   2428   2429   2430   2431   2432   2433   2434