Page 2659 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2659

๒๖๔๓




                 ความอาญาของไทย และในทางปฏิบัติแล้ว การให้ความส าคัญและการยอมรับที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
                 ดังกล่าวในองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องยังน้อยอยู่ ปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวจึงส่งผลกระทบต่อ

                                                                     ิ
                 การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจ าเลยในชั้นก่อนพจารณาเป็นอย่างมาก การควบคุมหรือขัง
                                 ิ
                 บุคคลใดไว้โดยไม่พจารณาถึงความจ าเป็นในการเอาตัวบุคคลไว้ในอานาจรัฐเลย เท่ากับเป็นการลงโทษ

                 บุคคลไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะพสูจน์ได้ว่าเขาได้กระท าความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ซึ่งหลักการดังกล่าว
                                          ิ
                                                     ื่
                 เป็นมาตรการทางกฎหมายที่ถูกคิดค้นขึ้นเพอประสานผลประโยชน์ระหว่างส่วนได้เสียของระบบการด าเนิน
                 คดีอาญาในรูปการควบคุมอาชญากรรม (The crime Control Model) กับระบบการด าเนินคดีอาญา

                                                                       1
                 ในรูปแบบกระบวนการนิติธรรม (The Due Process Model)  กล่าวคือระบบการด าเนินคดีอาญา
                 ในรูปแบบการควบคุมอาชญากรรมเป็นรูปแบบที่ยึดถือเน้นหนักถึงประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของ
                 กระบวนการยุติธรรม เพอเป็นหลักประกันแก่สังคม โดยมุ่งไปในทางที่ให้อานาจแก่เจ้าพนักงานของรัฐ

                                      ื่
                 อย่างกว้างขวางเพื่อใช้ดุลยพินิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ในขณะที่ระบบการด าเนินคดีอาญาในรูปแบบ
                                                                                         ื่
                 กระบวนการนิติธรรม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยึดถือเน้นถึงหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเพอเป็นหลักประกัน
                 แก่บุคคล โดยมุ่งให้ทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเป็นไปด้วยความเป็นธรรมถูกต้องด้วยกฎหมาย
                                                                             ิ
                                ิ
                 ก าจัดการใช้ดุลยพนิจของเจ้าพนักงาน ไม่ให้เจ้าพนักงานสามารถใช้ดุลยพนิจได้อย่างกว้างขวางมากเกินไป
                 จนไปกระทบถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคลทั่วไปได้

                         เป็นความจริงที่เห็นกันทั่วไปว่า สังคมย่อมมีความขัดแย่งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างผลประโยชน์

                ของปัจเจกชนกับผลประโยชน์ของสังคม เช่นเดียวกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศต่าง ๆ รวมทั้ง

                ประเทศไทยที่มีความแตกต่างกันด้านแนวคิดในเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจ าเลย
                                                                     ิ
                โดยด้านหนึ่งมีความเห็นว่า ผู้ต้องหาหรือจ าเลยเคยได้รับการพจารณาให้สิทธิเสรีภาพในการต่อสู้คดีอย่าง
                เต็มภาคภูมิในฐานะที่เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ในสายตาของกฎหมาย และบุคคลที่ตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหาหรือ
                จ าเลย ควรได้รับการพจารณาให้สิทธิเสรีภาพให้เท่าเทียมกับที่ประเทศต่าง ๆ ที่ได้พฒนาในด้านนี้จนเป็น
                                   ิ
                                                                                       ั
                ที่ยอมรับหรือควรจะมีสิทธิเสรีภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่อกด้านหนึ่งกลับมีความเห็นว่า ปัญหา
                                                                         ี
                อาชญากรรมในบ้านเมืองนั้น หากมีการให้สิทธิเสรีภาพแก่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยมากเกินไป จะก่อให้เกิด
                ความยากล าบากในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างแนวคิด

                ในทิศทางทฤษฎีกับในทางปฏิบัติ และเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายที่จะประนีประนอมแนวคิดทั้งสองประการให้รวมเป็น
                อันหนึ่งอันเดียวกัน


                       แต่เดิมในทางปฏิบัติเมื่อผู้ต้องหาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องหาในคดี
                                                                                ี
                ทันที ซึ่งในบางกรณีก็ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนอย่างเพยงพอ คงอาศัยเพยงค าร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
                                                                 ี
                เป็นหลักเท่านั้น ซึ่งน่าจะขัดกับสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ หรือที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชน ซึ่งปรากฏอยู่ใน




                 1  พนัส ทัศนียานนท, “สิทธิในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญา,” วารสารอัยการ, ฉบับที่ ๒ (สิงหาคม
                               ์
                 ๒๕๒๒).
   2654   2655   2656   2657   2658   2659   2660   2661   2662   2663   2664