Page 2663 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2663

๒๖๔๗




                       “ความหมายของค าว่า “สิทธิ” มีความเห็นอยู่ ๒ ความเห็น กล่าวคือ

                       ความเห็นประเภทที่ ๑ เห็นว่า “สิทธิ” หมายถึง “อานาจที่กฎหมายให้แก่บุคคลในอนที่จะมี
                                                                                                  ั

                เจตจ านง” (Willensnacht) เช่น ในการที่บุคคลใดมีกรรมสิทธิ์เหนือทรัพย์บุคคลนั้นย่อมมีอานาจที่จะมี


                เจตจ านงที่ครอบครองที่จะใช้สอยหรือที่จะจ าหน่ายทรัพย์นั้น โดยเขาจะใช้อานาจนั้นหรือไม่ก็ได้ หรือจะใช้
                อานาจดังกล่าวแต่เพยงบางประการก็ได้  แล้วแต่เจตจ านง (Will) ของเขาผู้ที่มีความเห็นประการที่ ๑ นี้ได้

                                 ี
                เห็นว่า ความส าคัญอยู่ที่ “อานาจ" (Macht)  ที่กฎหมายให้แก่บุคคล ความเห็นนี้วินด์ไชน์ (Windscheid)

                นักกฎหมายเยอรมันเป็นคิดขึ้น

                       ความเห็นประการที่ ๒ เห็นว่า “สิทธิ” คือ “ประโยชน์ที่กฎหมายคุ้มครองให้” ความเห็นนี้เยียริ่ง

                (Ihering) นักกฎหมายเยอรมันเป็นผู้คิดขึ้น ผู้ที่มีความเห็นประการที่ ๒ นี้เน้นหนักไปที่ “จุดประสงค์"


                                                                                          ื่
                ของสิทธิ กล่าวคือ การที่กฎหมายให้อานาจแก่บุคคลที่จะมีเจตจ านง (Wilensnacht) ก็เพอประโยชน์อย่าง
                ใดอย่างหนึ่งซึ่งบุคคลมุ่งประสงค์

                                            ุ
                       ศาสตราจารย์หยุด แสงอทัย ได้วิจารณ์ความเห็นทั้งสองว่า ความเห็นที่ ๑ เป็นการมองสิทธิไปในแง่
                “เนื้อหาของสิทธิ” ส่วนความเห็นที่ ๒ เป็นการมองไปในแง่ "จุดประสงค์ของสิทธิ” ในปัจจุบันถือได้ว่าสิทธิ


                เป็นทั้ง “อานาจ”และ“ประโยชน์” จึงควรยึดถือความหมายของสิทธิว่าหมายถึง “ประโยชน์ที่กฎหมาย
                รับรองและคุ้มครองให้”


                                                                    ิ
                                                               ุ
                       ส่วน “เสรีภาพ” นั้น ศาสตราจารย์หยุด แสงอทัย พจารณาเป็นสิ่งซึ่งคล้ายคลึงกับสิทธิ โดยได้
                                                      ั
                อธิบายความว่า “ตามต าราธรรมศาสตร์ขององกฤษได้แยก “เสรีภาพ” ออกจาก “สิทธิ” ซึ่งตามกฎหมาย
                ภาคพนยุโรป ไม่ได้แยกเสรีภาพออกไปต่างหาก โดยจัดเข้าอยู่ในจ าพวกสิทธิตามกฎหมายมหาชนแต่ตาม
                     ื้
                กฎหมายองกฤษเสรีภาพอาจเป็นเรื่องกฎหมายเอกชนก็ได้แซลมอนด์ (Salmond) ได้ให้ความหมายของ
                         ั
                ค าว่า “เสรีภาพ” ไว้ว่าเป็นประโยชน์ซึ่งบุคคลได้มาโดยปราศจากหน้าที่ในทางกฎหมายใด ๆ ต่อตนเอง

                กล่าวคือเป็นสิ่งที่บุคคลอาจกระท าได้โดยจะไม่ถูกป้องกันขัดขวางโดยกฎหมายเป็นประโยชน์ที่บุคคลจะ
                                                                      ่
                กระท าการใด ๆ ได้ตามชอบใจข่ายแห่งเสรีภาพตามกฎหมายได้แกข่ายแห่งกิจกรรมซึ่งภายในข่ายนี้กฎหมาย
                ปล่อยให้บุคคลกระท าไปโดยล าพัง”

                       ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ได้กล่าวถึงสิทธิและเสรีภาพไว้ว่า


                                                  ึ
                                                                                          ี
                       “สิทธิ หมายถึง การที่บุคคลจะพงกระท าได้ภายในขอบเขตของกฎหมายกล่าวอกนัยหนึ่งสิทธิของ
                บุคคลจะต้องมีกฎหมายหมายรับรองหรือยอมบังคับให้ ส่วนเสรีภาพหมายถึง การที่บุคคลสามารถกระท า
                สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้โดยไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้ โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐสิทธิและเสรีภาพจึงมีลักษณะที่
   2658   2659   2660   2661   2662   2663   2664   2665   2666   2667   2668