Page 2668 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2668

๒๖๕๒




                วางรูปแบบกระบวนการทางอาญาโดยไม่ค านึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลจนไร้ขอบเขต
                จนละเลยเรื่องการควบคุมอาชญากรรม ในขณะเดียวกันก็ไม่มุ่งหมายการควบคุมอาชญากรรมจนละเลย

                การเอาใจใส่ต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะก าหนดจุดแห่งความพอดีได้ถูกต้องแค่ไหน
                เท่านั้นเอง


                                                                                 ั
                        แนวความคิดการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหานั้นมีความสัมพนธ์กับรูปแบบกระบวนการ
                ทางอาญาสุดแต่จะโน้มเอยงเน้นหนักไปในทางรูปแบบใดหรือมีการวางโครงสร้างไปในลักษณะไหน
                                       ี
                แนวความคิดการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเป็นจุดบันดาลให้เกิดกระบวนการ ทางอาญารูปแบบการด าเนินการ

                ดังที่กล่าวมาแล้วว่ารัฐมีพนธที่จะต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลในรัฐแต่วิธีการของรัฐในการท าหน้าที่
                                     ั
                ดังกล่าวก็แตกต่างกันออกไปจึงกลายเป็นรูปแบบกระบวนการทางอาญาในหลายรูปแบบดังกล่าว ซึ่งต่างก็

                หวังบรรลุผลสุดท้ายคือความสงบเรียบร้อยของสังคมและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเมืองมิให้ถูก
                กระทบกระเทือนนั้นเอง



                แนวความคิดเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาในประเทศไทย

                         สิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาได้รับการรับรองและยอมรับในกฎหมายไทยมานานแล้ว โดยเฉพาะ

                นับตั้งแต่ในสมัยการปฏิรูปกฎหมายและการศาล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้นมา
                และก็ได้มีวิวัฒนาการทางด้านความคิดในการให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเรื่อยมาแต่เป็นที่

                น่าสังเกตว่าขบวนการวิวัฒนาการดังกล่าวมิได้หมายความว่ากฎหมายให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพที่ดีกว่าเดิม
                แต่อย่างใดในบางสมัยก็ให้ความคุ้มครองที่อาจเรียกได้ว่าดีมากทีเดียว เช่น ในสมัยบังคับใช้พระราชบัญญัติ

                                                   ่
                    ิ
                                                                                                  ิ
                วิธีพจารณาความมีโทษส าหรับใช้ไปพลางกอน ร.ศ.๑๑๕ หรือพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพจารณา
                ความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙ ซึ่งวางหลักองค์กรศาลไต่สวนเป็นองค์กรกลางที่ให้ความคุ้มครองสิทธิ

                เสรีภาพของผู้ต้องหาอย่างแท้จริงแต่บางสมัยก็ให้อานาจเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้อย่างมาก ดังเช่น ประมวล
                           ิ
                กฎหมายวิธีพจารณาความอาญาที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งท าให้สิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาตกอยู่ในสภาพ
                ที่น่าจะเป็นอันตรายจากการใช้อ านาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะได้กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวต่อไป


                         เมื่อกล่าวถึงหลักประกันสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาแล้ว รัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นกฎหมายที่มี
                ศักดิ์สูงสุดก็กล่าวถึงหลักประกันสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ตกอยู่ในฐานะของผู้ต้องหาเอาไว้ด้วย แต่รัฐธรรมนูญ

                จะให้หลักประกันได้เพียงใดนั้นอาจพิจารณาได้ดังนี้

                       มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและขังบุคคลจะกระท ามิได้

                                                          ื่
                เว้นแต่มีค าสั่งหรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอนตามที่กฎหมายบัญญัติ การค้นตัวบุคคลหรือการกระท า
                ใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกายจะกระท ามิได้ เว้นแต่จะมีเหตุตามที่กฎหมาย

                บัญญัติ การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระท ามิได้
   2663   2664   2665   2666   2667   2668   2669   2670   2671   2672   2673