Page 2673 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2673
๒๖๕๗
มุ่งหมายที่จะให้เกิดความคล่องตัวในการใช้อานาจดังกล่าวในทางการบริหารเป็นส าคัญหลักแห่งความคล่องตัว
ในการจับและการตรวจค้นจึงได้รับการยอมรับนับถือปฏิบัติจากทกฝ่ายเรื่อยมา
ุ
ต่อมาเมื่อได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ก็ได้มีการน าหลักการ
ดังกล่าวมาใช้อีก คือ ได้มีบทบัญญัติให้ศาลแต่องค์กรเดียวที่สามารถออกหมายจับหรือหมายค้นได้ เพราะใน
ปัจจุบันเรื่องความพร้อมของศาลปัญหาการปรับตัวของเจ้าพนักงานรองรับมาตรการดังกล่าว ก็ได้มีการแก้ไข
ปรับปรุงได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว
ในปัจจุบันกฎหมายให้อานาจศาลเป็นผู้ออกหมายจับได้แต่องค์กรเดียวแล้ว ยังมีอกกรณีที่ศาล
ี
สามารถใช้อานาจทางศาลเข้ามาควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของต ารวจได้ในอกขั้นตอนหนึ่ง คือ ในประมวล
ี
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย มีบทบัญญัติในการวางหลักประกันในการจับ การค้นที่ไม่ชอบธรรม
ไว้พอสมควร เช่น ในเรื่องการห้ามมิให้ศาลรับฟองพยานหลักฐานเกิดขึ้นโดยมิชอบ ตามมาตรา ๒๒๖
้
แต่หากเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นและมีโดยชอบอยู่แล้วแต่วิธีการได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ยังคง
ั
ื่
ฟงได้โดยไม่ถือว่าขัดต่อ มาตรา ๒๒๖ นี้แต่อย่างใด และหากไม่ถูกห้ามมิให้รับฟงตามกฎหมายอนใดแล้ว
ั
ั
ถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่รับฟงได้ เพียงแต่ต้องรับฟงด้วยความระมัดระวังเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ท าให้ การรับฟง ั
ั
ี
พยานหลักฐาน เพอคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา อาจไม่มีความมั่นคงเพยงพอ ดังจะเห็นได้จาก
ื่
ค าพิพากษาฎีกาดังต่อไปนี้
ิ
ค าพพากษาฎีกาที่ ๒๖๙๙/๒๕๑๖ วินิจฉัยว่า การจับกุมกับการสอบสวนเป็นการด าเนินการคนละ
ตอนกัน เมื่อการสอบสวนได้ด าเนินไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วถึงแม้การจับกุมจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ก็เป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก หาท าให้กระทบกระเทือนถึงการฟ้องคดีอาญาไม่
จากค าพพากษาดังกล่าว ศาลฎีกาถือว่าหากการสอบสวนได้กระท าโดยชอบตามมาตรา ๑๓๔
ิ
ิ
และ ๑๓๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาแล้วพยานหลักฐาน ต่าง ๆ ที่ได้มาจากกระบวนการ
จับกุมก็สามารถรับฟงเพอพสูจน์ความผิดของจ าเลยได้ทั้งสิ้น แม้ว่าการจับกุมจะมิชอบด้วยกฎหมายก็ตาม
ื่
ั
ิ
ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ พนักงานต ารวจสามารถท าการจับกุมบุคคลใด ๆ ก็ได้ แม้การจับกุมนั้นจะไม่เข้าเงื่อนไข
ตามที่กฎหมายให้อานาจไว้ก็ตามโดยเพยงหวังพยานหลักฐานที่จะได้มาจากการสอบสวนไม่ว่าจะได้มา
ี
โดยค ารับของบุคคลนั้นหรือได้มาโดยวิธีการอื่นใดภายหลังการจับกุมแล้วการวินิจฉัยเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริม
การใช้อ านาจโดยไม่ถูกต้อง กล่าวคือ การจับกุมบุคคลใด ๆ ได้โดยการปราศจากพยานหลักฐานมาสนับสนุน
ข้อกล่าวหา หรือด าเนินการจับกุมโดยไม่ด าเนินการออกหมายจับให้ ถูกต้องเสียก่อน ในกรณีที่จ าต้องออก
หมายจับ หรือการจับโดยไม่มีหมายแต่ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายก าหนดไว้
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น เห็นได้ว่าสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาน่าจะอยู่ในภาวะที่ขาดหลักประกัน
สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ควรจะมีและเป็นอันตรายต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก โดยจะก่อให้เกิด
ภาวะไร้กฎหมายขึ้นมาได้หากประชาชนเห็นว่าการใช้อานาจของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ไม่ชอบธรรมหรือไม่จ าต้อง
ยอมรับต่อการกระท านั้นเนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นธรรม

