Page 2674 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2674

๒๖๕๘




                                                             ิ
                            ิ
                       เมื่อพจารณาจากการประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖ แล้วจะเห็นได้ว่า
                เมื่อการจับกุมได้กระท าโดยการไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วหลักฐานต่าง ๆ ที่สืบเนื่องมาจากการจับกุมก็ยอม
                ที่จะรับไม่ได้ตามไปด้วย ซึ่งในสหรัฐอเมริกาเรียกว่า Fruit of the Poisonous Tree หรือหลักผลไม้ของ
                ต้นไม้ที่เป็นพษ กล่าวคือ เมื่อ ต้นไม้เกิดเป็นพษขึ้น ผลไม้ ของต้นไม้นั้นก็ย่อมจะเป็นพษตามไปด้วย แต่ใน
                           ิ
                                                                                        ิ
                                                      ิ
                ค าพิพากษาของไทยมิได้ด าเนินตามหลักค ากล่าวแต่อย่างใด ดังจะเห็นได้จาก
                           ิ
                       ค าพพากษาฎีกาที่ ๘๓๗/๒๔๘๓ วินิจฉัยว่า บทบัญญัติว่าด้วยบันทึกการค้นของกลาง ตามประมวล
                           ิ
                กฎหมายวิธีพจารณาความอาญามาตรา ๑๐๒, ๑๐๓ เป็นแต่ก าหนดวิธีการที่เจ้าพนักงานจะต้องกระท ามิได้
                บังคับว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามแล้วจะฟังไม่ได้เสียเลยว่าได้ค้นของกลางได้ที่บ้านนั้น

                                                       ิ
                       จากค าพพากษาฎีกาดังกล่าว ศาลมุ่งพจารณาแต่เฉพาะในประเด็นที่ว่าพยานหลักฐานทีได้มาจาก
                              ิ
                การค้นนั้นรับฟงเพอพสูจน์ความผิดจ าเลยได้หรือไม่เท่านั้น ศาลไม่พจารณาถึงวิธีการที่ได้มาจากการค้นเลย
                                                                        ิ
                                  ิ
                             ั
                                ื่
                ว่าได้กระท าไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยศาลตีความ บทบัญญัติที่ว่า โดยมิชอบตามประมวล
                กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๖ ให้แคบลงไป โดยไม่รวมถึงการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๒, ๑๐๓ ด้วย
                                            ี่
                ทั้ง ๆ ที่บทบัญญัติ ดังกล่าวมีไว้เพอคุ้มครองบุคคล มิให้ถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าพนักงานของรัฐด้วยการยัดเยียด
                ของกลางเพอใช้เป็นหลักฐานในการด าเนินคดี และเจ้าพนักงานที่ฝ่าฝืนดังกล่าว ก็มิได้รับผลเสียแต่อย่างใด
                          ื่
                                                                                                   ั
                เพราะศาลรับฟังพยานหลักฐานเหล่านั้นเสียแล้ว ซึ่งการตีความ ดังกล่าวของศาลฎีกา ท าให้หลักประกนสิทธิ
                เสรีภาพของผู้ต้องหาลดน้อยลงไปอีก

                       ค าพพากษาฎีกาดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่าบทบาทของศาลไทยยังมีไม่เพยงพอต่อการให้
                                                                                          ี
                           ิ
                ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา และยังยอมรับการกระท าที่ขัดต่อกฎหมายของเจ้าพนักงาน

                ฝ่ายบริหารเสียอีกซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวของกับทัศนคติของศาล ในความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท
                ของตนเองที่จะต้องได้รับการแก้ไขต่อไป


                       ในสหรัฐอเมริกา ศาลฎีกาได้วางหลัก Exclusionary Rule หรือหลักแห่งการไม่ยอมรับฟง
                                                                                                       ั
                พยานหลักฐานว่าหากพยานใด ๆ ได้มาจากการจับกุมตรวจค้นที่มิชอบ กล่าวคือ โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือ

                แม้มีเหตุอันสมควรแต่ไม่มีหมาย  ในกรณีที่มิใช่เหตุฉุกเฉินแล้วพยานนั้น ๆ จะรับฟังไม่ได้


                       การควบคุม

                       เป็นมาตรการที่ต่อเนื่องมาจากการจับกุมตรวจค้นของฝ่ายบริหารซึ่งก็คือมาตรการในการควบคุม

                ตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนซึ่งศาลจะมีบทบาทในการเข้าไปคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาในส่วนนี้ได้


                  ี
                เพยงใดนั้น อาจพจารณาได้จากบทบัญญัติในประมวลกฎหมาย วิธีพจารณาความอาญา ซึ่งแยกอานาจ
                               ิ
                                                                           ิ
                ในการค;[คุมตัวผู้ต้องหาไว้ ๒ ระยะ ดังนี้

                       ระยะแรก เป็นการควบคุมโดยอาอาจของพนักงานต ารวจแท้ ๆ ซึ่งกฎหมายให้อานาจในเบื้องต้นไว้

                ๔๘ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับถูกน าตัวไปถึงที่ท าการของพนักงานสอบสวนเว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย หรือ
   2669   2670   2671   2672   2673   2674   2675   2676   2677   2678   2679