Page 2675 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2675
๒๖๕๙
ื่
ั
เหตุจ าเป็นอนอนมิอาจก้าวล่วงได้และในความเป็นจริง ต ารวจก็มักจะใช้อานาจในการควบคุมอย่างเต็มที่
ตามที่กฎหมายให้อ านาจไว้โดยไม่ค านึงถึงจุดมุ่งหมายที่ให้ค านึงถึง ความจ าเป็นแห่งคดีเลย
นอกจากนี้ ระยะเวลาในการควบคุม และกักขังบุคคลที่อยู่ในอานาจของพนักงานสอบสวน
อย่างแท้จริงหรือการให้ศาลออกหมายขังนั้น ยังขึ้นอยู่กับฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนก าหนดในเบื้องต้น
เสียอก โดยไม่มีการกลั่นกรองหรือตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นในชั้นพนักงานสอบสวนโดยองค์กรใน
ี
กระบวนการยุติธรรมอน ๆ เลยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเป็น
ื่
อย่างมาก
ระยะต่อมา เป็นกรณีที่ศาลจะเข้ามามีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหามากขึ้น
แต่เป็นเวลาหลังจากที่พนักงานต ารวจ หมดอานาจในการควบคุมต่อไปแล้ว โดยศาลจะมีอานาจสั่งขัง
ั
ผู้ต้องหาได้นานเท่าใด ขึ้นอยู่กับอตราโทษของความผิดที่ถูกกล่าวหา แต่บทบาทของศาลในการให้ความ
ี
คุ้มครองสิทธิเสรีผู้ต้องหาตามรัฐธรรมนูญจะมีมากน้อยเพยงใด ในทางปฏิบัติย่อมขึ้นอยู่กับทัศนคติของศาล
และทางปฏิบัติจากองค์กรฝ่ายบริหารหรือ เจ้าพนักงานต ารวจด้วย กล่าวคือ ในเรื่องที่เกี่ยวกับทัศนคติของ
ศาลต่อการสั่งขังผู้ต้องหานั้น ศาลจะพจารณาค าร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนแต่เพยงว่าพนักงาน
ิ
ี
สอบสวนมีความจ าเป็นที่จะต้องท าการสอบสวนให้เสร็จสิ้นไปตามที่อางในค าร้องหรือไม่เท่านั้นและ
้
ี
โดยทั่วไปพนักงานสอบสวนก็ไม่ต้องมีพยานหลักฐานใดมาแสดงต่อศาล ศาลจะเพยงแต่สอบถามผู้ต้องหา
ว่าจะคัดค้านค าร้องของฝากขังของพนักงานสอบสวนหรือไม่ หากไม่คัดค้านก็จะอนุญาตตามค าร้อง
ขอฝากขังเสมอ โดยไม่วิเคราะห์ถึงเหตุอย่างอื่นว่าสมควรจะสั่งขังผู้ต้องหาเอาไว้หรือไม่
นอกจากนั้น การตั้งข้อหาที่มีผลต่อระยะเวลาในการควบคุมของศาล ไม่มีการตรวจสอบจากองค์กร
ื่
อนเลยในการปฏิบัติพนักงานสอบสวนมักจะตั้งข้อหาให้หนักไว้ก่อน เพอจะได้ฝากขังผู้ต้องหาให้นานที่สุด
ื่
โดยเหตุผลเพยงเพอต้องการเวลาท าส านวนการสอบสวนให้เสร็จสิ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่มาจากเจ้าหน้าที่ต ารวจ
ี
ื่
ั
ฝ่ายเดียวเท่านั้นมิได้ค านึงถึงความจ าเป็น และพฤติกรรมแห่งคดีเลย ดังนี้จะเห็นได้ว่าอนตรายจากอานาจ
เด็ดขาดในชั้นสอบสวนของพนักงานต ารวจนั้นมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก
มาตรการสอบสวน
การสอบสวน เป็นการเริ่มต้นของการด าเนินกระบวนยุติธรรมทางอาญาอย่างแท้จริง การใช้อานาจ
ของรัฐในส่วนนี้ ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องมี
กลไกบางอย่างมาควบคุมการใช้อานาจในส่วนนี้เพอให้เกิดการคานอานาจ (Check & Balance) ทั้งนี้เพอ
ื่
ื่
คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล
ในชั้นสอบสวนมีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาจากการใช้อานาจในการคุ้มครอง
ิ
ของเจ้าพนักงานต ารวจโดยการใช้ดุลยพนิจในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในการฝากขังของพนักงานต ารวจ
ั
ซึ่งการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นมาตรการอนหนึ่งที่ผ่อนคลายการจ ากัดเสรีภาพในการเคลื่อนไหวที่ทางของ

