Page 2667 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2667
๒๖๕๑
Control) กระบวนการด าเนินการต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน ภารกิจที่จ าเป็นในการจัดการกับ
ความผิด คือ ภารกิจของต ารวจ
วัตถุประสงค์ที่ส าคัญที่สุดของกระบวนการทางอาญาขงรัฐ จะต้องให้หลักประกันต่อสังคม ดังนั้น
ู
ื่
เพอให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว เราจะต้องปรับปรุงและเพมพนประสิทธิภาพของกระบวนการ
ิ่
ยุติธรรม เช่น การสืบสวน สอบสวน การด าเนินคดีอาญา การพสูจน์ความผิดและการปฏิบัติต่อผู้กระท า
ิ
ิ
ความผิดซึ่งถูกศาลพพากษาลงโทษแล้วอย่างได้ผล กระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ จะต้องมีสถิติ
ิ
การจับกุมผู้กระท าความผิดสูงและการพพากษาลงโทษผู้กระท าผิดสูงโดยการใช้ทรัพยากรอย่างจ ากัดการ
ด าเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ (Process) ในกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีความรวดเร็วและแน่นอนขั้นตอน
ในกระบวนการทางอาญาจะต้องไม่มีแบบพธีที่เป็นอปสรรคต่อการด าเนินคดีการค้นหาข้อเท็จจริงในคดีจะ
ุ
ิ
พยายามให้ยุติในขั้นต้นของกระบวนการยุติธรรมให้มากที่สุด รูปแบบนี้เชื่อว่าการด าเนินงานตามขั้นตอนใน
กระบวนการยุติธรรม ควรอยู่ภายใต้อ านาจของพนักงานสอบสวนและอัยการเป็นส่วนใหญ่โดยความมุ่งหมาย
ี
ของรูปแบบนี้ก็คือ ขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมจะต้องรวบรัด สม่ าเสมอไม่หยุดชะงักมประสิทธิภาพและ
ต้องยอมรับว่า การค้นหาข้อเท็จจริงในชั้นต ารวจและอัยการเพียงพอที่จะเชื่อถือได้
๒. The Due Process Model หรือ รูปแบบที่ยึดกฎหมายเป็นส าคัญนี้เน้นหนักการยึดหลัก
กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลเป็นส าคัญ จึงถือหลักว่าคนจะผิดได้จะต้องผ่านการตัดสินของศาล
การด าเนินคดีจะต้องกระท าลงไปโดยมิให้ผิดพลาดได้จะต้องไม่อคติ และไม่ใช่อานาจในทางที่ผิด ผู้บริสุทธิ์
จะต้องได้รับการป้องกัน ผู้ผิดควรได้รับการลงโทษที่เป็นประเด็นหลักของรูปแบบที่ยึดกฎหมายเป็นส าคัญ
คือ จะถือว่าใครท าผิดหรือไม่นั้น จะต้องด าเนินไปตามวิธีที่ท าให้เชื่อว่า ความเป็นธรรมได้เกิดขึ้นแล้ว ผู้ที่ถูก
สงสัยว่ากระท าผิด จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จนกว่าจะได้พสูจน์ในว่าระสุดท้ายแล้วว่าเขากระท าผิดจริง ดังนั้น
ิ
The Due Process Model จึงยึดถือวิธีการที่จะให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรม พร้อม ๆ กับวัตถุประสงค์ในเรื่อง
ของการควบคุมอาชญากรรม ถือเป็นภารกิจของศาลซึ่งจะคอยทบทวนวิธีการที่ต ารวจอัยการ ปฏิบัติสืบเสาะ
หาพยานหลักฐานมาบุคคลที่จะไม่ถูกกล่าวหาว่าประกอบอาชญากรรมเพยงเพราะมีพยานหลักฐานว่าเขาได้
ี
ิ
กระท าเท่านั้นแต่ต้องผ่านกระบวนการพจารณาพพากษาจากผู้มีอานาจซึ่งได้พจารณาอย่างละเอยดถี่ถ้วน
ิ
ิ
ี
ทั้งในแง่การคุ้มครองสิทธิของเขาแล้วจึงจะถือว่ามีความผิด คือ ยึดถือหลักการให้ศาลเป็นองค์กรกลาง
ท าหน้าที่ตรวจสอบวินิจฉัยข้อเท็จจริง เมื่อรูปแบบนี้ยึดถือกฎหมายเป็นส าคัญจึงไม่ยอมรับการได้พยาน
หลักฐานที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาจากการกระท าอนมิชอบด้วยกฎหมายและอาจพิจารณาปล่อยตัวผู้ต้องหาไป
ั
ตามรูปแบบทั้งสองเมื่อพจารณาแล้วที่แตกต่างกันก็เพราะวิธีการปฏิบัติ(Procedure) ในการไปสู่
ิ
จุดหมายของกระบวนการทางอาญา คือ ความสงบเรียบร้อยในสังคมในเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ
ส่วนบุคคลก็เป็นสิ่งที่ควรแก่การค านึงส่วนในเรื่องของการควบคุมอาชญากรรมซึ่งมีขีดความสามารถพลิก
แพลง เปลี่ยนแปลงรูปแบบมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ การผสมผสานกันของ
ทั้งสองรูปแบบให้ดีที่สุดแล้วใช้เป็นรูปแบบของกระบวนการทางอาญาที่เหมาะสมต่อไป การผสมผสานก็คือ

