Page 2660 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2660
๒๖๔๔
ที่ต่าง ๆ เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติหรือในรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย
ก็ให้การยอมรับไว้โดยสันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์
จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางคดีผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขังไว้ก่อนการพิจารณาคดีโดยพนักงาน
ิ
สอบสวน กรณีดังกล่าวนี้ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๘๗ ได้ให้อานาจพนักงานสอบสวน
ให้ควบคุมผู้ต้องหาไม่เกินกว่าที่จ าเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดีหรือไม่เกิน ๗ วัน ๔๘ วัน และ ๘๔ วัน แล้วแต่
ื่
ความหนักเบาแห่งข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวนมักจะมีการตั้งข้อหาให้หนักไว้ก่อนเพอให้เกิดความยากล าบาก
ื่
ในการที่ผู้ต้องหาจะขอประกันตัวหรือปล่อยชั่วคราว และเพอให้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้นาน ซึ่งพนักงาน
สอบสวนก็มักจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน กรณีดังกล่าวนี้เป็นการกระทบกระเทือนสิทธิ
เสรีภาพของผู้ต้องหาอย่างมากกว่าที่จะได้ยื่นประกันตัวต่อศาล เวลาก็ล่วงเลยมา ๔๘ ชั่วโมงแล้ว เพื่อจะเป็น
การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาให้มากยิ่งขึ้น และศาลจะมีบทบาทอย่างไรได้บ้าง ที่จะเข้ามาคุ้มครองสิทธิ
เสรีภาพของผู้ต้องหาในส่วนนี้ และก็ยังมีบ้างกรณีที่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน
ี
ที่จะสนับสนุนอย่างเพยงพอว่าเขาได้กระท าความผิดจริง ตามข้อกล่าวหาหรือในหลาย ๆ กรณีที่พนักงาน
ั
ี
้
อยการสั่งไม่ฟอง เนื่องจากพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนไม่เพยงพอ และบุคคลเหล่านี้ก็แทบไม่ได้รับ
การเยียวยาหรือได้รับการชดใช้ความเสียหายจากรัฐแต่อย่างไร หรือได้รับก็ไม่สามารถชดเชยกับที่ต้อง
สูญเสียไป
ในกรณีที่ราษฎร์ซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ยื่นฟองคดีอาญาเอง ซึ่งศาลก็จะต้องไต่สวนมูลฟองก่อน
้
้
ิ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๕ ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าว ได้ห้ามมิให้จ าเลยน าพยาน
เข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟอง และได้ให้อานาจศาลไต่สวนมูลฟองลับหลังจ าเลยได้ เพราะเห็นว่ากระบวนการ
้
้
้
ไต่สวนมูลฟองเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ แต่หลักการของกฎหมายดังกล่าวถือได้หรือไม่ว่า ได้ให้ความ
ี
คุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจ าเลยในการต่อสู้คดีได้อย่างเพยงพอกับหลักสากลแล้ว เพราะการไม่อนุญาต
้
ให้จ าเลยน าพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟองก็ดี หรือการให้อานาจศาลในการไต่สวนมูลฟองลับหลังจ าเลย
้
ในคดีที่ราษฎร์เป็นโจทก์ก็ดี อาจท าให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่ไม่ได้กระท าความผิดจริง ไม่มีโอกาสที่จะแสดง
ั
พยานหลักฐานของตนให้ปรากฏเสียตั้งแต่ชั้นเริ่มแรกของคดี ซึ่งหากศาลได้มีโอกาสได้รับฟงพยานหลักฐาน
ต่าง ๆ เหล่านั้นแล้วอาจรับฟงได้ว่าจ าเลยไม่ได้กระท าความผิดก็ดี การกระท าของจ าเลยไม่เป็นความผิด
ั
เหล่านี้ก็ดี ศาลก็จะสามารถยกฟ้องโจทก์ได้เสียตั้งแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งก็จะเป็นการคัดกรองคดีที่จะขึ้น
ิ
ไปสู่ศาลที่มีอานาจพจารณาต่อไป และยังเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่จะไม่ต้องเข้าสู่
ิ
กระบวนการยุติธรรมต่อไปได้ด้วย หรืออกกรณีหนึ่งก็คือการที่ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา
ี
้
มาตรา ๑๖๒ (๒) ในคดีพนักงานอยการ เป็นโจทก์ไม่จ าเป็นต้องไต่สวนมูลฟอง แต่ถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้
ั
ั
้
ไต่สวนมูลฟองก่อนก็ได้ ซึ่งในทางปฏิบัติศาลแทบที่จะไม่ไต่สวนมูลฟองคดีที่พนักงานอยการเป็นโจทก์เลย
้
ุ้
แม้คดีดังกล่าวจะมีอัตราโทษสูงเพียงใดก็ตาม ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ให้หลักประกันการคมครองสิทธิของ
ี
ั
ิ
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยได้อย่างเพยงพอเช่นกัน แม้พนักงานอยการเป็นองค์กรที่อสระตามรัฐธรรมนูญ
แต่พนักงานสอบสวนเป็นองค์กรฝ่ายบริหาร แม้จะด าเนินการสอบสวนการกระท าความผิดดังกล่าวมาแล้ว

