Page 2661 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2661

๒๖๔๕




                                                                                                     ้
                ก็ถือว่าเป็นการกระท าของฝ่ายบริหารทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการในการสอบสวนและไต่สวนมูลฟองมี
                ความแตกต่างกันไม่สามารถน ามาทดแทนกันได้ ดังนั้นหากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงๆ ศาลซึ่งเป็นองค์กรกลาง

                                                                                             ้
                ก็น่าจะต้องเข้าไปมีบทบาทในการตรวจสอบการกระท าของฝ่ายบริหาร คือโดยการไต่สวนมูลฟองเสียก่อนว่า
                                    ิ
                            ิ
                พอที่จะรับไว้พจารณาพพากษาต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งถ้าท าได้ดังกล่าวสิทธิของผู้ต้องหาหรือจ าเลยก็จะได้รับ
                การคุ้มครองดียิ่งขึ้นเหมือนกับระดับสากล


                       ปัญหาเหล่านี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาขั้นพนฐาน คือ การจัดองค์กรในการด าเนินคดีกับ
                                                                 ื้
                ผู้กระท าความผิดมีขอบเขตและอานาจหน้าที่กว้างขวางเกินไป ขาดการตรวจสอบจากองค์กรในกระบวนการ


                         ื่
                ยุติธรรมอน นอกจากนี้องค์กรในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาต่างมีอานาจเป็นเอกเทศ ท าให้ขาดการ
                ตรวจสอบและถ่วงดุลอ านาจซึ่งกันและกัน (Check And Balance) ก่อให้เกิดปัญหาด้านการด าเนินคดีอาญา

                เป็นไปในลักษณะที่ไม่ประสานกัน ซึ่งในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็น
                อย่างมาก


                        แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจ าเลย


                       ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาแนวคิดที่มีบทบาทต่อการให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ
                ผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่เป็นรากฐานของความยุติธรรม ได้แก่ หลักนิติธรรม ซึ่งถือหลักกฎหมายเป็นใหญ่

                                                                                          ุ
                แปลมาจากภาษาองกฤษที่เรียกว่า The Rule of Law วิวัฒนาการของหลักนิติธรรม ได้อบัติขึ้นในประเทศ
                                ั
                                                       ั
                เยอรมันนีและได้จ าเริญขึ้นมาเป็นล าดับ ในองกฤษ ตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ ๑๓ และถือเป็นกฎหมาย
                ประเพณีของอังกฤษ ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ ๑๖ และ ๑๗
                                                                              2
                       แม้แต่ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของสังคมไทย ก็ได้ปรากฏแนวความคิดนี้อยู่ดังจะเห็นได้จากค าจารึก
                ในหิรัญบัตร เรื่องที่ทรงพระราชด ารัสจัดตั้งศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งจัดท าขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ

                พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสาระส าคัญว่าศาลเป็นองค์กรหนึ่งที่มีความส าคัญในการรักษาประโยชน์สูงสุด
                อนเที่ยงธรรมให้แก่ราษฎร ดังที่มีผู้กล่าวว่าเจตนารมณ์ทางประวัติศาสตร์เริ่มแรกของหลักนิติธรรมเป็น
                 ั
                                                                             ิ
                การย้ าถึงกลไกลของรัฐให้มีความเป็นกลางในคุณค่าของตัวเองใช้ดุลยพนิจแทรกแซงกิจการของเอกชน
                น้อยที่สุดโดยประกันความเป็นอิสระของศาลและให้มีความเสมอภาคในทางกฎหมาย
                                 ิ
                       โดยเมื่อได้พจารณา หลักนิติธรรม ในความหมายอย่างกว้างแล้วหมายถึงหลักแห่งกฎหมาย ซึ่งเป็น
                                          ั
                หน้าที่ของประชาชนต้องเชื่อฟงกฎหมายที่รัฐบัญญัติขึ้นมาและถูกปกครองโดยกฎหมาย และอยู่ภายใต้
                กฎหมาย










                 2  ธานินทร์  กรัยวิเชียร, “บทบรรณาธิการม” บทบัณฑิตย์ เล่มที่ 20 ตอน 3 (กรกฎาคม 2505), หน้า765-766.
   2656   2657   2658   2659   2660   2661   2662   2663   2664   2665   2666