Page 334 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 334

๓๒๑



                 ของชาติซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ซึ่งอาจท าให้จ าเลยจ านวนไม่น้อยไม่ได้รับสิทธิและประโยชน์ตาม

                 พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ


                 ๑๑. กรณีออกหมายจ าคุกเมื่อคดีถึงที่สุดไม่ถูกต้อง และจ าเลยได้รับอภัยโทษให้ปล่อยตัวไป

                            ปัญหานี้เคยมีคดีขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาตามค าสั่งค าร้องศาลฎีกาที่ ๑๙๑๗-๑๙๑๘/๒๕๓๖

                                                                      ิ
                 โจทก์ที่ ๒ ยื่นค าร้องอทธรณ์ค าสั่งไม่รับฎีกา คดีอยู่ระหว่างการพจารณาของศาลฎีกา จ าเลยได้ยื่นค าร้องขอให้
                                   ุ
                                                            ื่
                 ศาลออกหมายจ าคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จ าเลย เพอประโยชน์ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ศาลชั้นต้น
                                                                                       ุ
                 มีค าสั่งว่า คดีถึงที่สุดในส่วนของจ าเลยแล้ว ออกหมายจ าคุกถึงที่สุดให้ โจทก์ที่ ๒ อทธรณ์ค าสั่ง ศาลอทธรณ์
                                                                                                      ุ
                 มีค าสั่งว่า คดียังไม่ถึงที่สุด ให้งดการออกหมายจ าคุกคดีถึงที่สุด  แต่ปรากฏว่า ก่อนที่ศาลอทธรณ์จะมีค าสั่ง
                                                                                              ุ
                 ดังกล่าว จ าเลยได้เป็นนักโทษเด็ดขาดและได้รับอภัยโทษถูกปล่อยตัวไปแล้ว โจทก์ที่ ๒ ฎีกาว่า การที่จ าเลย

                 ได้รับผลให้คดีถึงที่สุดเป็นนักโทษเด็ดขาด ตลอดจนได้รับการอภัยโทษเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอศาลฎีกา
                 ได้โปรดมีค าสั่งให้ยกเลิกค าสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้คดีถึงที่สุด และมีค าสั่งออกหมายจับตัวจ าเลยมาจ าคุกให้ครบ

                        ิ
                 ตามค าพพากษาศาลชั้นต้นหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป ศาลฎีกามีค าสั่งว่า “พเคราะห์แล้ว ศาลอทธรณ์
                                                                                                      ุ
                                                                                      ิ
                 มีค าสั่งว่า คดียังไม่ถึงที่สุดให้งดการออกหมายจ าคุกคดีถึงที่สุด โจทก์ที่ ๒ ฎีกาว่า การที่จ าเลยได้รับผลให้คดี
                 ถึงที่สุดเป็นนักโทษเด็ดขาดตลอดจนได้รับการอภัยโทษเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นฎีกาที่มิได้กล่าว

                                                                  ุ
                 ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งว่าค าสั่งของศาลอทธรณ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ไม่ชอบด้วย
                                   ิ
                                                 ่
                                                                                            ิ
                 ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา ๒๔๙ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา
                 มาตรา ๑๕ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ให้ยกฎีกาโจทก์ที่ ๒”
                            ตามค าสั่งค าร้องศาลฎีกาข้างต้น แม้ศาลฎีกายกฎีกาของโจทก์ที่ ๒ เพราะเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้ง

                 ค าสั่งของศาลอทธรณ์ แต่ก็มีผลให้ค าสั่งของศาลอทธรณ์ที่มีค าสั่งว่า “คดียังไม่ถึงที่สุด ให้งดการออกหมาย
                                                           ุ
                              ุ
                 จ าคุกคดีถึงที่สุด” เป็นที่สุดแล้ว ผู้ศึกษาจึงมีความเห็นว่า ศาลชั้นต้นต้องเพิกถอนหมายจ าคุกเมื่อคดีถึงที่สุดตาม
                 ค าสั่งของศาลอทธรณ์ และออกหมายจับจ าเลยมาบังคับโทษ  ศาลชั้นต้นยังไม่อาจออกหมายจ าคุกเมื่อคดี
                              ุ
                 ถึงที่สุดฉบับใหม่ได้ เพราะไม่มีตัวจ าเลย เมื่อจับจ าเลยได้แล้ว จึงจะออกหมายจ าคุกเมื่อคดีถึงที่สุดฉบับใหม่ได้


                 ๑๒. กรณีโจทก์อุทธรณ์หรือฎีกาฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ขอให้เพิ่มโทษจ าคุกและปรับจ าเลย

                            คดีที่โจทก์อทธรณ์หรือฎีกาฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ขอให้เพมโทษจ าคุกและปรับจ าเลย เช่น อุทธรณ์
                                      ุ
                                                                         ิ่
                 เรื่องริบของกลาง  อุทธรณ์เรื่องที่ศาลลงโทษจ าคุกจ าเลยกระทงละ ๑ ปี รวม ๒ กระทง จ าคุก ๒ ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง

                 คงจ าคุก ๑ ปี เป็นการไม่ชอบ ต้องลดโทษแต่ละกระทง คงจ าคุกกระทงละ ๖ เดือน เป็นจ าคุก ๑๒ เดือน
                      ุ
                 หรืออทธรณ์เรื่องอปกรณ์ของโทษ เช่น การขับไล่จ าเลยและบริวารออกจากป่าสงวน การพกใช้ใบอนุญาตขับขี่
                                                                                            ั
                                ุ
   329   330   331   332   333   334   335   336   337   338   339