Page 2083 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2083

๒๐๖๕





               เป็นปรปักษ์ (non-adversarial system) เนื่องจากใช้วิธีแสวงหาข้อเท็จจริงโดยศาลเป็นหลัก ในขณะที่ระบบ

                                                                                                  ๓
               คอมมอนลอว์ใช้ระบบการด าเนินคดีที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าระบบกล่าวหา (accusatorial system)  และมี
               รูปแบบการค้นหาความจริงแบบเป็นปรปักษ์ (adversarial system) เนื่องจากใช้วิธีเสนอข้อเท็จจริงโดย
               คู่ความเป็นหลัก


                                                                                                       ๔
                                                                                                  ื้
                     ประเทศไทยแม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศซีวิลลอว์ เนื่องจากมีประมวลกฎหมายเป็นกฎหมายพนฐาน
               และมีนิติวิธี (juristic method) ตามแนวทางในระบบซีวิลลอว์ แต่ส าหรับระบบการด าเนินคดีและค้นหา
                                                                                                       ๕
               ความจริงในคดีอาญานักกฎหมายกลับมีความเห็นต่างกัน โดยบางส่วนเห็นว่าเป็นไปตามระบบกล่าวหา
                                                                                   ๗
               ในขณะที่บางส่วนเห็นว่าเป็นระบบไต่สวน  แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็นระบบผสม  หรือระบบผสมที่ค่อนไป
                                                 ๖
               ทางระบบไต่สวน  ซึ่งสาเหตุส าคัญประการหนึ่งในการก่อให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าวมาจาก
                              ๘
               บทบาทการค้นหาความจริงของศาลที่ไม่เหมือนกับบทบาทของศาลในระบบซีวิลลอว์ แต่กลับมีความ









               ๓  Ibid.
               ๔  จากข้อมูลเชงประวัติศาสตร์ก็ปรากฏว่า ก่อนเริ่มท าการปฏิรูปกฎหมายในยุคแห่งการปฏิรูปกฎหมายและการศาล มีการ
                          ิ
               พิจารณาเลือกระบบกฎหมายระหว่างระบบซีวิลลอว์กับระบบคอมมอนลอว์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
                                                                                              ั
                                       ้
               รัชกาลที่ ๕ ทรงวินิจฉัยเลือกใชระบบประมวลกฎหมาย (ระบบซีวิลลอว์) เป็นหลักในการปฏิรูป ดู ชาญชย แสวงศักดิ์,
                          ั่
               อิทธิพลของฝรงเศสในการปฏิรูปกฎหมายไทย, พิมพ์ครั้งที่ ๒ แก้ไขเพิ่มเติม (กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน, ๒๕๕๘), น.๕๑;
               กิตติศักดิ์ ปรกติ, การปฏิรปกฎหมายไทยภายใตอิทธิพลยุโรป, พิมพ์ครั้งที่ ๔ แก้ไขเพิ่มเติม (กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน,
                                                   ้
                                  ู
               ๒๕๕๖), น.๑๒๐-๑๒๑; สุรพล ไตรเวทย์, การร่างประมวลกฎหมายในประเทศสยาม, (กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน, ๒๕๕๐),
               น.๔๖-๔๗; แสวง บุญเฉลิมวิภาส, ประวัตศาสตรกฎหมายไทย, พิมพ์ครั้งที่ ๑๖ (กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน, ๒๕๖๐), น.
                                              ิ
                                                   ์
               ๒๐๓-๒๐๖.
               ๕  คณิต ณ นคร, กฎหมายวิธีพจารณาความอาญา, เล่ม ๑, พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติม (กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน,
                                      ิ
               ๒๕๖๔), น.๖๐; ปกป้อง ศรีสนิท, "ระบบกล่าวหาและระบบไต่สวนในวิธีพิจารณาความอาญา" ใน ๗๒ ปี ศาสตราจารย์
               ดร.คณต ณ นคร, บรรณาธิการโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์เดือนตุลา,
                     ิ
               ๒๕๕๒), น.๑๔๒.
                                                                          ี
                                                    ่
                                                                  ิ
               ๖  อัปษร หิรัญบูรณะ, ผลกระทบในการน าระบบไตสวนมาใช้กับการพจารณาคดอาญาของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง,


               (งานวิจัยหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ ๖ วิทยาลัยการยุติธรรม ส านักงานศาลยุติธรรม,
               ๒๕๔๖), น.๒๐.
               ๗  โสภณ รัตนากร, ค าอธิบายกฎหมายลักษณะพยาน, พิมพ์ครั้งที่ ๑๑ (กรุงเทพมหานคร: นิติบรรณการ, ๒๕๕๗), น.๘-๑๐;
               ชวเลิศ โสภณวัต, “กฎหมายลักษณะพยานของไทยเป็นกฎหมายในระบบกล่าวหาจริงหรือ,” ดลพาห, ปีที่ ๒๘, เล่ม ๖
                                                                                      ุ
               (พฤศจิกายน - ธันวาคม ๒๕๒๔), น.๓๖, ๓๙, ๔๗.
               ๘  เข็มชย ชติวงศ์, ค าอธิบายกฎหมายลักษณะพยาน, พิมพ์ครั้งที่ ๙ (กรุงเทพมหานคร: ส านักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติ
                       ุ
                     ั
               บัณฑิตยสภา, ๒๕๕๗), น.๗.
   2078   2079   2080   2081   2082   2083   2084   2085   2086   2087   2088