Page 2235 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2235
๒๒๑๗
ี
ิ
ิ
ผู้พพากษา และปฏิบัติตามค าสั่งของผู้พพากษาในการพจารณาคดีโดยเคร่งครัด ละเอยดรอบคอบ
ิ
อีกทั้งต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมในฐานะผู้มีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้พพากษา”
ิ
อกกรณีหนึ่งเกี่ยวข้องกับการด าเนินการทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงกับนางสาว จ. ว่ามีหน้าที่
ี
รับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่งานห้องเก็บส านวน งานเก็บค้นหา การจ่ายส านวนความและเอกสาร
ตรวจสอบส านวนและเอกสาร ด าเนินการปลดท าลายส านวนและรายงานผล แต่ไม่ใช้ความระมัดระวัง
ท าให้กากส านวนและส านวนจ านวน ๕๕ ส านวน สูญหาย ซึ่งข้อเท็จจริงฟงได้ว่านางสาว จ. เป็นผู้ที่ท าให้
ั
ส านวนจ านวนดังกล่าวสูญหายจริง พฤติการณ์เป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานประมาทเลินเล่อ
ในหน้าที่ราชการ ตามมาตรา ๘๓ (๔) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงโทษ
ั
ตัดเงินเดือนในอตราร้อยละ ๒ เป็นเวลา ๑ เดือน ผู้เขียนเห็นว่ากรณีนี้ยังเป็นการละเมิดจริยธรรม
ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ ๗ ที่ว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรมจักต้องระมัดระวัง
ไม่ประมาทเลินเล่อ และจักต้องละเอียด รอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ”
นอกจากนี้มีการประชุมที่เกี่ยวข้องกับส านักงานศาลยุติธรรมลงโทษไล่นาย ฎ. ออกจากราชการ
เนื่องจากกระท าความผิดวินัยอย่างร้ายแรงกรณีมีพฤติการณ์ไม่สแกนลายนิ้วมือลงเวลาปฏิบัติราชการ
ื่
แต่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทางคอมพวเตอร์ในวิชาชีพของตนแก้ไขหรือท ารายการเพอให้ปรากฏข้อมูล
ิ
การลงเวลาการปฏิบัติราชการ แต่นาย ฎ. ได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางซึ่งศาลปกครองกลางพิพากษาว่า
ที่ส านักงานศาลยุติธรรมลงโทษไล่ออกชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าการะกระท าของนาย ฎ.
เป็นการละเมิดจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ ๒ ที่ว่า “ข้าราชการ
ศาลยุติธรรมจักต้องปฏิบัติหน้าที่ตามอดมการณ์ของข้าราชการศาลยุติธรรม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ุ
กล้ายืนหยัดท าในสิ่งที่ถูกต้อง และรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อบกพร่องหรือผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่”
การประชุมคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมครั้งที่ ๔/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน
๒๕๖๔ มีการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินการทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงกับนาย ก. ซึ่งประพฤติตน
ไม่สุภาพเรียบร้อย โดยใช้สรรพนามเรียกนางสาว ข. ผู้อานวยการส านักอานวยการประจ าศาล
ั
ผู้บังคับบัญชาในขณะนั้นว่า “อโง่” อนเป็นถ้อยค าที่ไม่สุภาพ เหยียดหยามผู้บังคับบัญชา มูลคดีเรื่องนี้
ี
เกิดขึ้นเนื่องจากนางสาว ข. มีหนังสือร้องเรียนกล่าวหานาย ก. ว่า นาย ก. มีพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยาม
่
เกียรติของนางสาว ข. โดยนางสาว ข. ทราบเรื่องจากการอานค าฟองและเอกสารท้ายฟองในคดีที่นาย ฆ.
้
้
ฟองนางสาว ข. เป็นจ าเลยในคดีอาญาโดยนาย ก. ได้สนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับนาย ฆ. โดยใช้
้
สรรพนามเรียกนางสาว ข. ว่า “อไง่” “คนจัญไร” นาย ก. มักน าเรื่องต่าง ๆ ภายในศาลไปบอกกล่าวให้
ี
นาย ฆ. ฟังอยู่ตลอดเวลา ท าให้ศาลเกิดความวุ่นวาย ซึ่งข้อเท็จจริงฟังได้ว่านาย ก. ได้กล่าวถ้อยค าไม่สุภาพ
ถึงผู้บังคับบัญชาระหว่างบุคคลสองคนในแอปพลิเคชันไลน์ มิได้กล่าวต่อบุคคลทั่วไป ทั้งต่อมาผู้ถูกกล่าวหา
ก็ได้น าพานดอกไม้ไปขอขมานางสาว ข. แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความส านึกในการกระท าอยู่บ้าง
พฤติการณ์จึงเป็นการกระท าความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและเกียรติศักดิ์ของ

