Page 2230 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2230
๒๒๑๒
ั
ั
มีมติเห็นชอบให้พกราชการนั้นน่าจะเกิดจากกรรมการเสียงข้างมากฟงข้อเท็จจริงประกอบเอกสารจาก
การประชุมแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเข้าองค์ประกอบมาตราดังกล่าว ทั้งนี้ผู้เขียนมีความเห็น
ิ่
เพมเติมว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากความเห็นของกรรมการสอบสวนประกอบเอกสารนั้น การกระท าของ
ผู้ถูกกล่าวหามีความสุ่มเสี่ยงค่อนข้างมากว่าเป็นการละเมิดจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการ
ตุลาการ ข้อ ๓๑ วรรคสอง ที่ว่า “ผู้พิพากษาจักต้องไม่รับปรึกษาคดีความ หรือเรื่องซึ่งอาจจะเป็นคดีความ
ิ
ขึ้นได้...” และข้อ ๓๗ ที่ว่า “ผู้พพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายแทรกแซงหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
จากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษาอนหรือกระท าการใด ๆ อนเป็นการกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติ
ื่
ั
ิ
ิ
ื่
ิ
หน้าที่ของผู้พพากษาอนในการพจารณาพพากษาคดี” และที่ส าคัญเป็นการกระท าที่สุ่มเสี่ยงว่าจะขัดต่อ
ิ
ุ
ิ
ิ
อดมการณ์ของผู้พพากษาที่ก าหนดไว้ในข้อ ๑ ว่า “หน้าที่ส าคัญของผู้พพากษา คือการประสาทความ
ยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจักต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย และ
นิติประเพณี ทั้งจักต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่าตนปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดครบถ้วน
เพอการนี้ผู้พพากษาจักต้องยึดมั่นในความเป็นอสระของตนและเทิดทูนไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งสถาบัน
ื่
ิ
ิ
ตุลาการ”
และวาระ ๕.๖ ซึ่งเป็นการพจารณาเกี่ยวกับการให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการพกราชการอกรายว่า
ั
ี
ิ
ั
สมควรให้นาย ง. ผู้พพากษาหัวหน้าคณะพกราชการหรือไม่ ซึ่งนาย ง. ถูกกล่าวหาว่ากระท าผิดวินัย
ิ
อย่างร้ายแรงกรณีมีพฤติกรรมใช้อานาจตุลาการที่ไม่เหมาะสมด้วยการเข้าไปในพนที่ของผู้อนและแสดงตน
ื่
ื้
ี
ิ
ว่าเป็นผู้พพากษา โทรศัพท์ขอให้ผู้พพากษาเจ้าของส านวนคดีอาญามีค าสั่งคดีมีมูล อกทั้งมีส่วนร่วมรู้เห็น
ิ
้
สั่งการ ให้ค าแนะน าปรึกษาร่วมกระท าการอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวข้องกับการฟองคดี และการเจรจา
ท าบันทึกข้อตกลงในคดีอาญาของศาลจังหวัด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ซึ่งผลการสอบสวนเสร็จแล้วอยู่ระหว่างเสนอคณะอนุกรรมการ
ตุลาการพิจารณา ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการมีการอภิปรายกันโดยเสียงข้างมากอภิปรายในท านองว่า
ผู้ถูกกล่าวหายังมีข้อต่อสู้ว่าเป็นผลประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหาและมารดาผู้ถูกกล่าวหา แล้วที่ประชุมมีมติ
ั
ด้วยคะแนนเสียง ๑๑ ต่อ ๔ ไม่เห็นชอบให้พกราชการนาย ง. ด้วยความเคารพต่อมติที่ประชุมดังกล่าว
ผู้เขียนมีข้อสังเกตว่ากรณีนี้การกระท าของผู้ถูกกล่าวหาก็มีความสุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นการละเมิดจริยธรรม
ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๑ ที่ว่า “ผู้พพากษาจักต้องไม่รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนในการ
ิ
ด าเนินคดีหรือรับเป็นผู้เรียง ผู้เขียน ผู้พมพค าคู่ความ ค าร้อง ค าขอ หรือค าแถลงในคดีใด ๆ” วรรคสอง
ิ
์
“ผู้พิพากษาจักต้องไม่รับปรึกษาคดีความ หรือเรื่องซึ่งอาจจะเป็นคดีความขึ้นได้ และไม่รับเป็นผู้ร่าง ผู้เขียน
์
ผู้พมพ หรือพยานในพนัยกรรมหรือนิติกรรมอนใด ไม่ว่าเพอสินจ้างรางวัลหรือไม่ เว้นแต่เป็นกรณีที่
ิ
ื่
ื่
ิ
ตัวผู้พพากษาเอง คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของตน หรือญาติสืบสายโลหิตหรือเกี่ยวพนทางแต่งงาน
ั
ิ
ซึ่งผู้พิพากษาถือเป็นญาติสนิท มีส่วนได้เสียในคดีหรือเรื่องนั้นโดยตรง” ข้อ ๓๗ และข้อ ๑ เช่นกัน

