Page 2225 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2225
๒๒๐๗
มูลเหตุจูงใจที่ท าให้มีการกระท าผิดหรือละเมิดจริยธรรม
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ กล่าวว่าสาเหตุส าคัญของการประพฤติมิชอบในวงราชการมาจากเจ้าหน้าที่
ของรัฐ และการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติมิชอบสืบเนื่องมาจากจริยธรรม หรืออาจเรียกว่าจิตใจ จิตส านึก
ุ
จิตวิญญาณ และอดมการณ์ของเจ้าหน้าที่คนนั้น ๆ เพราะจริยธรรมมีส่วนส าคัญในการก าหนดพฤติกรรม
หรือการปฏิบัติราชการ ซึ่งรวมทั้งการกระท าหรืองดเว้นการกระท าใด ๆ ตามอานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
ั
ของรัฐ อนส่งผลกระทบถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพอประโยชน์ของประเทศชาติ
ื่
และประชาชนโดยรวม สอดคล้องกับพระพรหมวชิรญาณได้อรรถาธิบายว่าทุกคนทราบดีว่าศีลนั้น คือ
๑๔
มาตรการ กฎเกณฑ์ ระเบียบ และข้อบังคับของชีวิต เพอวิถีชีวิตที่ดีงามและสันติสุข แต่เพราะเราลืม
ื่
และมิได้ให้ความส าคัญต่อศีลเท่าที่ควร สังคมปัจจุบันจึงละทิ้งกฎเกณฑ์ของชีวิตไปหมดสิ้น
๑๕
ประวีณ ณ นคร กล่าวว่ามีเหตุบางประการที่ท าให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐกระท าผิดวินัย
ิ
เช่น ความไม่รู้ระเบียบแบบแผน อทธิพลบีบบังคับ ความจ าเป็นชักน า ความกดดันทางอารมณ์ เป็นต้น
ู
ั
ดังนั้น ข้าราชการจึงต้องรักษาวินัย อนหมายถึงการระวัง การเอาใจใส่ ไม่ละเลย เช่นเดียวกับที่เราพดว่า
“รักษาศีล” ซึ่งหมายถึงการเอาใจใส่ไม่ละเลยศีล
๑๖
ั
ศิลป์ ชื่นนิรันดร์ กล่าวว่าเหตุผลของการกระท าผิดซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดจริยธรรมอนเป็น
การกระท าผิดวินัยหรือผิดศีล อาจพจารณาเห็นได้ว่ามูลเหตุมาจาก ๒ ปัจจัย คือ ปัจจัยภายใน ได้แก่
ิ
โลภ โกรธ หลง ทุกข์ โศก โรค ภัย การขาดวินัยในตนเอง ความจ าเป็นชักน า ความกดดันทางอารมณ์
ค่านิยมที่ผิด ความสับสนและความไม่เข้าใจในหลักศีลธรรม ความไม่สมดุลระหว่างศีลกับธรรม และ
ปัจจัยภายนอก ได้แก่ อบายมุข โอกาสเปิดช่องล่อใจ เห็นตัวอย่างที่ไม่ดี ความไม่สมดุลระหว่างคนกับงาน
อิทธิพลบีบบังคับ และขาดมาตรการควบคุมและตรวจสอบ
๑๗
ผู้เขียนมีความเห็นว่ามูลเหตุจูงใจที่จะท าให้บุคคลละเมิดจริยธรรม ขึ้นอยู่กับสาเหตุภายใน
และภายนอก สาเหตุภายใน คือ ลักษณะทางจิตใจต่าง ๆ เช่น การไม่เห็นแก่ตัวแต่เห็นแก่ส่วนรวม
การมุ่งอนาคตและความสามารถในการควบคุมตนเอง ความเชื่อว่าท าความดีจะน าไปสู่ผลดี และการท าชั่ว
จะต้องถูกลงโทษ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับลักษณะทางจิตใจด้านอน ๆ เช่น ความพอใจหรือไม่พอใจ
ื่
การเห็นด้วยกับความดีต่าง ๆ และเห็นความส าคัญของความดีเหล่านั้น เช่น ความซื่อสัตย์ การเคารพ
๑๔ วิรัช วิรัชนิภาวรรณ, กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารราชการไทย : ปัญหา แนวทางแก้ไข และแนวโน้มของ
กฎหมายในอนาคต, พิมพ์ครั้งที่ ๑ (กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์นิติธรรม, ๒๕๔๗), หน้า ๙๗.
๑๕ พระพรหมวชิรญาณ, พระพุทธศาสนากับพระมหากษัตริย์ไทย, พิมพ์ครั้งที่ ๔ (นนทบุรี : ส านักพิมพ์ร่มธรรม,
๒๕๕๐), หน้า ๒๔.
ี่
๑๖ ประวีณ ณ นคร, คู่มือการรักษาวินัยข้าราชการส าหรับผู้บังคับบัญชา, พิมพ์ครั้งท ๓ (กรุงเทพ : สวัสดิการ
ส านักงาน ก.พ., ๒๕๓๑), หน้า ๒๐๓.
๑๗ ศิลป์ ชื่นนิรันดร์, “การเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในองค์กร,” วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช
วิทยาลัยวิทยาเขตร้อยเอ็ด, ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐) : หน้า ๒๒๑.

