Page 2222 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2222
๒๒๐๔
ดังนั้นคุณธรรมและจริยธรรมจึงเป็นสิ่งส าคัญในสังคมที่จะน า ความสุขสงบและความเจริญก้าวหน้า
มาสู่สังคมนั้น ๆ เพราะเมื่อคนในสังคมมคุณธรรมและจริยธรรมเป็นที่ตั้งก็จะเป็นคนที่คิดดีท าดี จิตใจก็ย่อม
ี
สูงส่ง มีความสะอาดและสว่างในจิตใจ จะท าการงานใดก็ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ไม่ก่อให้เกิดทุกข์แก่
ั
ื่
ตนเองและผู้อน เป็นบุคคลมีคุณค่ามีประโยชน์ และสร้างสรรค์คุณงามความดี อนเป็นประโยชน์ต่อ
บ้านเมืองต่อไป
๑๒
แนวคิดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม
แนวคิดของนักวิชาการด้านคุณธรรมและจริยธรรมกล่าวว่า คุณธรรมและจริยธรรมมีลักษณะ
บางประการ ดังต่อไปนี้
๑. คุณธรรมและจริยธรรมเป็นเรื่องของความควรไม่ควร การวินิจฉัยความควรไม่ควรขึ้นกับ
ิ
บริบทของสังคมหรือสภาวการณ์ที่แตกต่างกันไป เป็นเรื่องของความคดเห็นและเป็นนามธรรม จึงก่อให้เกิด
ความแตกต่างกันในการวินิจฉัยและตีความ ซึ่งอาจไม่เห็นตรงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ในทุกกรณี แต่อย่างไร
ก็ตามคุณธรรมและจริยธรรมต้องอาศัยความเห็นของคนส่วนใหญ่ ประกอบกับแนวทางตีความที่เคยเกิดขึ้น
ในอดีตหรือตัวอย่างอื่นในลักษณะเดียวกัน โดยพิจารณาถึงผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นในแต่ละสถานการณ์
๒. คุณธรรมและจริยธรรมเป็นเรื่องของส านึกส่วนบุคคล คุณธรรมและจริยธรรมมิใช่กฎเกณฑ์
ลายลักษณ์อักษรที่ใช้เป็นมาตรฐานตีความเพียงอย่างเดียว คนแต่ละคนควรรู้ว่าควรท าอะไร ไม่ควรท าอะไร
และจ าเป็นต้องควบคุมพฤติกรรมนิสัยของตนเอง ซึ่งโดยจิตส านึกแล้วบุคคลต้องรู้ดีรู้ชั่วด้วยตนเองและ
ควบคุมบังคับจิตใจตนเองมิให้ล่วงละเมิดจริยธรรม เพราะหากละเมิดจริยธรรมในเรื่องส าคัญแล้ว
ก็ไม่สมควรอยู่ในต าแหน่งผู้บริหารงานหรือเจ้าหน้าที่ในองค์กรของรัฐอกต่อไป
ี
๓. คุณธรรมและจริยธรรมเป็นแนวทางปฏิบัติ การปฏิบัติตามแนวทางคุณธรรมและจริยธรรม
ผู้ปฏิบัติต้องประยุกต์หลักการให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ และใช้ดุลยพนิจตัดสินใจหรือด าเนินการ
ิ
ให้เหมาะสม โดยค านึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนหรือผู้รับบริการ ตลอดจนหน่วยงานและ
ประเทศชาติว่ามีการละเมิดจริยธรรมหรือไม่เพียงใด
๔. คุณธรรมและจริยธรรมเป็นเรื่องของเอกบุคคล โดยแต่ละบุคคลในบทบาทฐานะและ
ต าแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ เลือกใช้ปฏิบัติ เป็นการตัดสินใจส่วนตน เป็นจิตส านึกส่วนตน เมื่อยึดถือปฏิบัติแล้ว
ย่อมไม่พงหวังผลตอบแทนอนใด นอกจากความภาคภูมิใจส่วนตนซึ่งผู้อนอาจล่วงรู้หรือไม่ล่วงรู้ก็ได้ ทั้งนี้
ื่
ึ
ื่
ึ
เพราะจริยธรรมเป็นกรอบหรือแนวทางซึ่งผู้มีต าแหน่งหรือหน้าที่การงานในองค์กรของรัฐพงท า
ความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่อาจไม่มีบทลงโทษกรณีละเมิดจริยธรรมเหมือนการกระท า
๑๒ ราเชนทร์ พิพัฒนกุล, “จริยธรรมกับการบริหารงาน,” วารสารปรัชญาปริทรรศน์, ปีที่ ๒๔ ฉบับที่ ๒
(กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๒) : หน้าที่ ๔๖ - ๔๗.

