Page 2223 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2223
๒๒๐๕
ผิดกฎหมายตามลักษณะความผิดที่บัญญัติไว้ ยกเว้นการละเมิดจริยธรรมบางอย่างที่มีกฎหมายบัญญัติเป็น
ความผิดและก าหนดบทลงโทษไว้
๕. คุณธรรมเป็นเครื่องท าให้เกิดจริยธรรม ผู้ปฏิบัติงานที่ดีต้องมีหลักธรรมยึดเหนี่ยวจิตใจและ
มีพฤติกรรมการปฏิบัติให้อยู่ในกรอบและเป็นแบบอย่างที่ดี จริยธรรมต้องมาจากจิตใจ แนวคิดมีอยู่ว่า
ในโลกนี้ไม่มีอะไรส าคัญเท่ามนุษย์ ในมนุษย์ไม่มีอะไรส าคัญเท่าจิตใจ โดยที่จิตใจเป็นองค์ประกอบที่ส าคัญ
ที่สุดในพฤติกรรมของมนุษย์ และจริยธรรมคือพฤติกรรมของมนุษย์ที่แสดงออกในทางที่ถูกที่ควรที่สังคม
ส่วนใหญ่ยอมรับ
แนวคิดของนักปรัชญาและศีลธรรม แบ่งออกเป็น
๑. แนวคิดเรื่องพหุศีลธรรม แนวคิดนี้ถือว่ามีหลักการทางศีลธรรมและค่านิยมทางศีลธรรม
ื่
ื่
ซึ่งมนุษย์ใช้ในการตัดสินการกระท าของตนเองและผู้อน หลักการดังกล่าวถูกใช้เพอตัดสินความถูกหรือผิด
ี
ไม่เหมือนกัน พฤติกรรมอย่างหนึ่งในสังคมหนึ่งอาจเป็นเรื่องถูกต้อง แต่อาจเป็นสิ่งตรงกันข้ามในอกสังคม
ี
หนึ่ง หรือแม้แต่ในสังคมเดียวกันอาจมีการวินิจฉัยพฤติกรรมของคนคนหนึ่งแตกต่างไปจากอกคนหนึ่งก็ได้
ื่
ทั้ง ๆ ที่เป็นพฤติกรรมแบบเดียวกัน แนวคิดนี้จึงไม่ยอมรับการหยิบยกจริยธรรมในสังคมอนมาตัดสิน
ความถูกต้องทางจริยธรรมของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมที่แตกต่างกันออกไป
๒. แนวคิดเรื่องอรรถประโยชน์ เป็นแนวคิดของกลุ่มอรรถประโยชน์นิยมตามแนวทางของจอห์น
ื่
สจวต มิลล์ ซึ่งอธิบายไว้ว่าทางเลือกในการด าเนินการที่ดีที่สุดหรือดีกว่าอย่างอนในเชิงศีลธรรม คือ
ทางเลือกที่น าไปสู่อรรถประโยชน์สูงสุด นั่นก็คือความสุขและความพงพอใจส าหรับมนุษย์ ดังนั้นหลักการ
ึ
ึ
พื้นฐานของจริยธรรมที่มนุษย์พงยึดถือปฏิบัติคือการกระท าสิ่งใดก็ตามที่น าไปสู่ความสุขและความพงพอใจ
ึ
ส าหรับมนุษย์จ านวนมากที่สุด
๓. แนวคิดว่าด้วยเจตนารมณ์แห่งการกระท า อมมานูเอล คานท์ นักปรัชญาชาวเยอรมัน เห็นว่า
ิ
การกระทาที่จะมีคุณค่าทางศีลธรรมได้นั้นต้องเป็นการกระท าที่เกิดจากเจตนาที่ถูกต้องหรือเจตนารมณ์ที่ดี
ิ
คานท์จึงเห็นว่าจริยธรรมนั้นต้องเกิดจากเจตนามิใช่พจารณาจากผลที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะเจตนาที่ดี
ย่อมส่งผลที่ดีอยู่แล้ว เว้นเสียแต่จะมีปัจจัยอุปสรรคอื่นมาขัดขวาง
แนวคิดของนักกฎหมายผู้ประกอบวิชาชีพตุลาการ ที่เห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพตุลาการต้องมี
คุณธรรมและจริยธรรมหรือคติธรรม ดังต่อไปนี้
ุ
๑. ความซื่อสัตย์สุจริต นับว่าเป็นเรื่องส าคัญที่สุดหรือเป็นอดมการณ์ของตุลาการเพราะหน้าที่
ิ
ส าคัญของตุลาการหรือผู้พพากษาคือการประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดีซึ่งจักต้องปฏิบัติด้วยความ
ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี อีกทั้งต้องควบคุมให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและอย่างเต็มความสามารถเช่นเดียวกัน

