Page 2229 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2229
๒๒๑๑
ิ
นาย ช. ด าเนินกระบวนพจารณาโดยไม่เคร่งครัดปล่อยให้คู่ความเลื่อนคดีโดยง่าย ไม่สมเหตุสมผล
ั
สืบพยานไปเรื่อย ๆ และไม่ก าหนดทิศทางของคดีว่าจะฟงค าพพากษาหรือค าสั่งเมื่อใด เห็นว่ากรณีมีมูล
ิ
เป็นความผิดทางวินัย คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นจึงมีความเห็นว่าพฤติกรรมของนาย ช.
เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงเห็นสมควรลงโทษภาคทัณฑ์ และในความเห็นของคณะอนุกรรมการตุลาการ
มีมติด้วยคะแนนเสียง ๑๖ ต่อ ๑ เห็นว่าการกระท าของนาย ช. เป็นความผิดวินัย และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า
การกระท าของนาย ช. เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง มีมติด้วยคะแนนเสียง ๑๓ ต่อ ๖ เห็นสมควรลงโทษ
ภาคทัณฑ์ และมีคะแนนเสียง ๑๗ ต่อ ๒ เห็นสมควรลงโทษภาคทัณฑ์และให้ท าทัณฑ์บนไว้ด้วย ที่ประชุม
คณะกรรมการตุลาการมีการอภิปรายกันพอสมควรแล้วมีมติด้วยคะแนนเสียง ๑๐ ต่อ ๔ เห็นว่าการกระท า
ของนาย ช. เป็นความผิดวินัยฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีของทางราชการ
และมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าของนาย ช. เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เห็นสมควรลงโทษ
ภาคทัณฑ์นาย ช. แต่ไม่เห็นสมควรลงโทษภาคทัณฑ์และให้ท าทัณฑ์บน กรณีนี้การกระท าของนาย ช.
เป็นความผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒
โดยเป็นการละเมิดจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวดจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติ
ิ
ึ
หน้าที่ในทางอรรถคดี ข้อ ๒ ที่ว่า “ผู้พพากษาพงตรวจส านวนความและตระเตรียมการด าเนินกระบวน
ิ
ิ
ิ
พจารณาไว้ให้พร้อม ออกนั่งพจารณาตรงตามเวลาและไม่เลื่อนการพจารณาโดยไม่จ าเป็น” ข้อ ๔ ที่ว่า
ิ
ิ
ึ
“ผู้พพากษาจักต้องพจารณาคดีโดยไตร่ตรอง สุขุม รอบคอบ และไม่ชักช้า พงตัดการด าเนินกระบวน
พจารณาที่ไม่จ าเป็นออกเพอให้การพจารณาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว” และข้อ ๑๐ ที่ว่า “การบันทึก
ิ
ิ
ื่
ิ
ค าเบิกความ ผู้พพากษาจักต้องบันทึกเฉพาะข้อความในประเด็นข้อพพาท หรือเกี่ยวเนื่องกับประเด็น
ิ
ข้อพพาท และต้องได้สาระถูกต้องครบถ้วนตามค าเบิกความ” วรรคสอง “การบันทึกค าแถลงและรายงาน
ิ
กระบวนพิจารณา จักต้องให้ได้ความชัดแจ้งและตรงตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ”
ั
การประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมครั้งที่ ๓/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพนธ์ ๒๕๖๔
ั
วาระ ๕.๕ การให้ข้าราชการตุลาการพกราชการ ซึ่งเป็นการพจารณาว่าสมควรให้นาย ค. ผู้พพากษา
ิ
ิ
ั
ุ
ศาลอทธรณ์ประจ ากองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลอทธรณ์ภาคพกราชการหรือไม่ โดยนาย ค. ถูกกล่าวหาว่า
ุ
ิ
ขณะด ารงต าแหน่งเลขานุการศาลอทธรณ์ภาคได้กระท าผิดวินัยอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับเรื่องให้ค าปรึกษา
ุ
ด้านคดีความและเรื่องรับเงินผลประโยชน์จากจ าเลยเป็นค่าวิ่งเต้นคดีในศาล มีกรณีรับเงินจากคู่ความ
ในหลายคดีโดยให้ค าแนะน าแก่คู่ความ ซึ่งกรรมการสอบสวนลงความเห็นว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง
เห็นควรให้ออกจากราชการ ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการมีการอภิปรายกันโดยมีกรรมการบางคน
มีความเห็นโน้มไปในทางไม่พกราชการ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกรรมการบางคนมีความเห็นไปในทิศทาง
ั
ั
ตรงกันข้าม แล้วที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียง ๘ ต่อ ๗ เห็นชอบให้พกราชการ นาย ค. กรณีนี้แม้ว่า
จะเป็นการพิจารณาในส่วนการพกราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
ั
ิ
พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๔ โดยที่ยังไม่ได้มีการพจารณาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดวินัยหรือไม่ แต่เหตุที่

