Page 2231 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2231

๒๒๑๓

                         การประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔

                                                                            ิ
                 วาระ ๔.๑ การสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตุลาการ ซึ่งเป็นการพจารณาว่าการกระท าของนาย ก.
                    ิ
                 ผู้พพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดขณะด ารงต าแหน่งผู้พพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัด
                                                                     ิ
                 เป็นความผิดวินัยหรือไม่ ซึ่งมี ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ปัญหาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความสัมพนธ์ฉันชู้สาว
                                                                                              ั
                 กับนางสาว ข. ภรรยาตามกฎหมายของนาย ค. ผู้กล่าวหา หรือไม่ คณะอนุกรรมการตุลาการมีมติว่า
                                       ั
                 นาย ก. น่าจะมีความสัมพนธ์ฉันชู้สาวกับนางสาว ข. ภรรยาตามกฎหมายของผู้กล่าวหา และมีมติเป็น
                 เอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าวเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่รักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็น
                 ผู้ประพฤติชั่ว ท าให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งต าแหน่งหน้าที่ราชการ ทั้งไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบ

                 แบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. ก าหนด
                 ตามมาตรา ๖๐ และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.

                 ๒๕๔๓ ประเด็นที่ ๒ ปัญหาว่านาย ก. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ตามข้อกล่าวหาว่านาย ก. ปฏิบัติ

                                                                   ั
                 หน้าที่โดยได้ให้ค าปรึกษาแก่นางสาว ข. ซึ่งเป็นพนักงานอยการในฐานะโจทก์ในคดีป่าไม้ว่าให้แนะน า
                 จ าเลยให้รับสารภาพและขอบรรเทาโทษ ทั้งนี้หากจ าเลยรับสารภาพตามค าแนะน าของพนักงานอยการ
                                                                                                   ั
                 ศาลจะรอการลงโทษจ าคุก ซึ่งค าแนะน าในการปรึกษาคดีดังกล่าวถือเป็นคุณแก่จ าเลย โดยคดีดังกล่าว

                 ศาลมีค าพพากษาลงโทษจ าคุก ๖ เดือน และปรับ ๖,๐๐๐ บาท และรอการลงโทษจ าคุก ๒ ปี โดยไม่ได้
                          ิ
                 ก าหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติจ าเลย ในประเด็นนี้คณะอนุกรรมการตุลาการเห็นว่าการให้ค าแนะน า

                                                                       ั
                 ทางกฎหมายของนาย ก. กับนางสาว ข. เป็นไปตามความสัมพนธ์ทั้งสองมีต่อกัน ส าหรับข้อกล่าวหา
                 นาย ก. เกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในคดีป่าไม้ที่นาย ก. ให้ค าแนะน าแก่นางสาว ข. พบว่า
                                  ิ
                                                           ี
                                                                ิ
                                                                                      ิ
                                                                                ี
                 นาย ก. ไม่ได้เป็นผู้พพากษาเจ้าของส านวนเป็นเพยงผู้พพากษาองค์คณะ อกทั้งผู้พพากษาที่เป็นเจ้าของ
                                                 ิ
                                                                       ิ
                                                                                                  ิ
                 ส านวนได้น าส านวนไปปรึกษากับผู้พพากษาหัวหน้าศาลก่อนพจารณาตัดสินคดี และในการพจารณา
                                        ั
                 ตัดสินคดีเป็นไปตามบัญชีอตราโทษ ส าหรับข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในคดีปลอมปน
                                                                      ิ
                                ื่
                                                                                                   ี
                 น้ ามันเชื้อเพลิงเพอจ าหน่าย ในคดีดังกล่าวนาย ก. ไม่ได้เป็นผู้พพากษาเจ้าของส านวน นาย ก. เพยงแต่
                                                                                                    ี
                 ให้ความเห็นในทางกฎหมายกับนางสาว ข. ซึ่งการตอบข้อซักถามเป็นไปตามความรู้สึก อกทั้ง
                 ไม่มีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่านาย ก. ได้รับประโยชน์จากการกระท าดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเห็นว่า
                 การกระท าดังกล่าวของนาย ก. ไม่เป็นความผิดทางวินัย ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการมีการอภิปราย
                 ทั้งสองประเด็นแล้วลงมติโดยประเด็นที่ ๑ มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าของนาย ก. เป็นความผิด
                 วินัยและมีมติด้วยคะแนนเสียง ๑๓ ต่อ ๒ เห็นว่าการกระท าของนาย ก. เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

                 ฐานไม่รักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ท าให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งต าแหน่งหน้าที่ราชการ
                 ทั้งไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของ

                 ข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. ก าหนด ตามมาตรา ๖๐ และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

                 ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ส าหรับการลงโทษมีมติด้วยคะแนนเสียง ๑๔ ต่อ ๑
   2226   2227   2228   2229   2230   2231   2232   2233   2234   2235   2236