Page 2236 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2236
๒๒๑๘
ต าแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา ๘๒ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ส าหรับการลงโทษนั้นกรณีเป็นความผิดวินัยเล็กน้อยเห็นควรลงโทษภาคทัณฑ์
ั
แต่มีเหตุอนควรงดโทษ จึงเห็นควรงดโทษเป็นว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือ ผู้เขียนเห็นว่ากรณีนี้ยังเป็นการ
ละเมิดจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ ๑๐ ที่ว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรม
ื้
ั
ื้
จักต้องสามัคคี มีมนุษยสัมพนธ์ที่ดี ให้เกียรติ เออเฟอ เคารพสิทธิ และรับฟงความคิดเห็นของผู้ร่วม
ั
ปฏิบัติงาน”
ี
อกกรณีหนึ่งเกี่ยวข้องกับการด าเนินการทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงกับนางสาว ฎ. ว่าละทิ้งหน้าที่
ั
ั
ราชการโดยไม่มีเหตุอนสมควรเป็นเวลา ๑๕ วัน ต่อเนื่องกัน ซึ่งข้อเท็จจริงฟงได้ว่านางสาว ฎ. ไม่มาปฏิบัติ
หน้าที่ราชการต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๑๕ วัน (๙ วันท าการ) โดยไม่แจ้งถึงเหตุผลความจ าเป็น เมื่อกลับมา
ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ยื่นใบลาป่วย ผู้อานวยการส านักงานประจ าศาลจึงให้ส่งใบรับรองแพทย์
ประกอบการลาป่วย แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถน าใบรับรองแพทย์มาแสดงเพอประกอบการลาได้
ื่
ผู้อานวยการจึงไม่อนุญาต กรณีจึงถือว่าผู้ถูกกล่าวหาขาดราชการโดยไม่มีเหตุอนสมควร พฤติการณ์เป็น
ั
ความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา ๘๒ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ั
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงโทษตัดเงินเดือนในอตราร้อยละ ๔ เป็นเวลา ๓ เดือน ผู้เขียนเห็นว่า
กรณีนี้ยังเป็นการละเมิดจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ ๘ ที่ว่า“ข้าราชการ
ุ
ศาลยุติธรรมจักต้องตรงต่อเวลา อทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการ และไม่เบียดบังเวลาราชการ
เพื่อประโยชน์ส่วนตัว”
และอกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินการทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงกับนางสาว ต. ที่ไม่สั่งการ
ี
ให้นาย ถ. ลูกจ้างชั่วคราวไปพบผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบในห้องพิจารณาคดีเพอรับทราบข้อเท็จจริง
ื่
ั
ื่
้
ของค าฟองในคดีแรงงานที่บกพร่อง ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่อนสามารถปฏิบัติงานแทนนาย ถ. ได้ อนเป็นการ
ั
ิ
ไม่ปฏิบัติตามค าสั่งผู้พพากษาในศาลยุติธรรมซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการ ซึ่งข้อเท็จจริงฟงได้ว่าขณะเกิดเหตุ
ื่
นาย น. ผู้พพากษาหัวหน้าคณะได้โทรศัพท์ถึงนางสาว บ. เพอให้แจ้งแก่นางสาว ต. ว่านาย น. ต้องการ
ิ
ให้นาย ถ. นิติกรกลุ่มงานนิติการและไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ถูกกล่าวหา
ขึ้นไปพบนาย น. ในห้องพจารณาคดีเพอรับทราบข้อเท็จจริงของค าฟองในคดีแรงงานที่บกพร่อง อนเป็น
้
ั
ิ
ื่
การสั่งในหน้าที่ราชการแต่ผู้ถูกกล่าวหากลับมิได้แจ้งนาย ถ. ขึ้นไปพบนาย น. ตามค าสั่งดังกล่าว
ื่
ซึ่งในวันดังกล่าวนาย ถ. ติดปฏิบัติงานในห้องไกล่เกลี่ยอยู่ โดยผู้ถูกกล่าวหามิได้ให้ผู้อนปฏิบัติหน้าที่แทน
นาย ถ.และไม่ได้แจ้งแก่นาย น. ให้ทราบถึงข้อขัดข้องดังกล่าวในทันที กรณีนี้ไม่เป็นความผิดวินัย
แต่เห็นสมควรมีหนังสือว่ากล่าวตักเตือน ผู้เขียนเห็นว่ากรณีนี้เป็นการละเมิดจริยธรรมตามประมวล
จริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ ๙ ที่ว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรมจักต้องสนับสนุนการปฏิบัติงานของ
ี
ผู้พพากษา และปฏิบัติตามค าสั่งของผู้พพากษาในการพจารณาคดีโดยเคร่งครัด ละเอยดรอบคอบ อกทั้ง
ี
ิ
ิ
ิ
ต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมในฐานะผู้มีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้พิพากษา”

