Page 2232 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2232

๒๒๑๔

                 เห็นสมควรลงโทษงดเลื่อนต าแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือนแล้วแต่กรณีใดถึงก่อน และด้วยคะแนนเสียง

                 ๘ ต่อ ๗ เห็นสมควรลงโทษงดเลื่อนต าแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือนเป็นเวลา ๒ ปี แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน
                 ส่วนประเด็นที่ ๒ มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าของนาย ก. ไม่เป็นความผิดวินัย ก่อนลงมติ

                                                                 ั
                 มีกรรมการคนหนึ่งให้ความเห็นในกรณีเกี่ยวกับความสัมพนธ์ฉันชู้สาวว่าเป็นการผิดต่อประมวลจริยธรรม
                 ข้าราชการตุลาการไม่ถึงขั้นร้ายแรงเนื่องจากผู้หญิงยินยอมพร้อมใจ กรรมการอีกคนให้ความเห็นว่าเป็นการ
                                   ี
                                                     ี
                 สมัครใจทั้งสองฝ่าย อกทั้งเป็นการกระท าเพยงครั้งเดียวเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบของทั้งสองฝ่าย แต่ก็มี
                 กรรมการบางคนเห็นว่าประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ใช่แค่ประพฤติชั่วธรรมดา
                 หากถือว่าไม่ร้ายแรงมาตรฐานอาจจะต่ ากว่าองค์กรอน ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่ากรรมการที่ให้ความเห็นว่า
                                                            ื่
                 เกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบของทั้งสองฝ่ายเป็นการวิเคราะห์ถึงมูลเหตุจูงใจในการกระท าที่กล่าวไว้ข้างต้น
                 และไม่ว่าการกระท าดังกล่าวจะเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องน าไปเชื่อมโยง

                 กับหลักศีลธรรมที่กล่าวไว้ข้างต้นเช่นกัน

                         วาระ ๔.๒ การสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตุลาการ โดยพจารณาว่าการกระท าของนาย ง.
                                                                             ิ
                                                                           ิ
                    ิ
                 ผู้พพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด ขณะด ารงต าแหน่งผู้พพากษาศาลแขวงเป็นความผิดวินัย
                 หรือไม่ ผู้บริหารศาลได้รายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมการปฏิบัติราชการของนาย ง. ในการด าเนินกระบวน

                  ิ
                                                              ื่
                                                   ิ
                          ิ
                 พจารณาพพากษาคดีซึ่งแตกต่างจากผู้พพากษาคนอนในศาล ในประเด็นนี้คณะอนุกรรมการตุลาการ
                 มีความเห็นแยกเป็นประเด็นทั้งหมด ๔ ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ ๑ กรณีนาย ง. ด าเนินกระบวนพจารณา
                                                                                                  ิ
                 พพากษาคดีไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติของศาลและระเบียบแบบแผนของทางราชการเกี่ยวกับการก าหนด
                  ิ
                 วันนัด ซึ่งคณะอนุกรรมการตุลาการมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการส่งหมายนั้นไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใด
                 ห้ามมิให้ศาลแจ้งวันนัดแกคู่ความทราบโดยวิธีน าส่งหมาย การที่นาย ง. ด าเนินกระบวนพจารณาพพากษา
                                      ่
                                                                                           ิ
                                                                                                  ิ
                                                 ิ
                 คดีโดยให้โจทก์น าส่งหมายแจ้งวันนัดพจารณาให้จ าเลยที่ไม่มาศาลทราบแทนการปิดประกาศแจ้งวันนัดที่
                 หน้าศาลถือเป็นดุลยพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษา จึงมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าว
                                                           ิ
                                                                                          ิ
                 ไม่เป็นความผิดวินัย ประเด็นที่ ๒ กรณีนาย ง. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการเรียงค าพพากษาท าให้การ
                 พิจารณาคดีเกิดความล่าช้า คณะอนุกรรมการตุลาการเห็นว่าจากส านวนการสอบสวนคดีผู้บริโภคทง ๔ คดี
                                                                                                  ั้
                 เป็นคดีที่ศาลพพากษายกฟอง ในการท างานของผู้พพากษาหากมีแนวค าพพากษาว่ายกฟองแล้วใช้เวลา
                                                             ิ
                                                                               ิ
                                        ้
                             ิ
                                                                                            ้
                   ี
                 เพยง ๒ – ๓ วัน ก็สามารถท าค าพพากษาให้แล้วเสร็จได้ ไม่ควรปล่อยระยะเวลาเนิ่นนานจนท าให้คู่ความ
                                              ิ
                                             ิ
                 ได้รับความเสียหายเนื่องจากค าพพากษาเสร็จไม่ทันระยะเวลาการยื่นอทธรณ์ ท าให้คู่ความต้องขอขยาย
                                                                            ุ
                 ระยะเวลาอทธรณ์ จึงเห็นว่าการกระท าดังกล่าวของนาย ง. เป็นความผิดวินัยฐานไม่ถือและปฏิบัติตาม
                           ุ
                 ระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต.
                 ก าหนดตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ มีมติเป็น
                 เอกฉันท์ว่าการกระท าของนาย ง. เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงและสมควรลงโทษภาคทัณฑ์ ประเด็นที่ ๓

                 กรณีการนัดสืบพยานโจทก์และสืบพยานจ าเลยในวันเดียวพร้อมกันถึง ๗ เรื่อง คณะอนุกรรมการตุลาการ
   2227   2228   2229   2230   2231   2232   2233   2234   2235   2236   2237