Page 2233 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2233

๒๒๑๕

                                     ิ
                 เห็นว่าเป็นการใช้ดุลยพนิจในการสืบพยานของนาย ง. จึงมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าว
                 ไม่เป็นความผิดวินัย ประเด็นที่ ๔ กรณีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมด้านการควบคุมอารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่
                                                                                    ิ
                 คณะอนุกรรมการตุลาการเห็นว่านาย ง. แม้จะเคร่งครัดในการด าเนินกระบวนพจารณาคดีหรือเคร่งครัด
                 เรื่องการส่งเอกสาร ซึ่งอาจจะท าให้มีการต าหนิหรือต่อว่าคู่ความบ้าง แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการใช้อารมณ์กับ

                 คู่ความหรือเจ้าหน้าที่ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าวไม่เป็นความผิดวินัย ที่ประชุม
                 คณะกรรมการตุลาการมีการอภิปรายทั้งสี่ประเด็นแล้วลงมติโดยประเด็นที่ ๑ มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่า

                 การกระท าดังกล่าวไม่เป็นความผิดวินัย ประเด็นที่ ๒ มีมติด้วยคะแนนเสียง ๑๐ ต่อ ๕ เห็นว่าการกระท า
                 ของนาย ง. เป็นความผิดวินัย มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าวเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

                 ประเด็นที่ ๓ มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าวไม่เป็นความผิดวินัย ประเด็นที่ ๔ มีมติเป็น
                 เอกฉันท์เห็นว่าการกระท าดังกล่าวไม่เป็นความผิดวินัย และมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นสมควรลงโทษภาคทัณฑ  ์

                 ในประเด็นที่ ๒ กรณีนี้ที่ประชุมมีความเห็นว่าการกระท าของนาย ง. ในประเด็นที่ ๒ เป็นความผิดวินัย

                 ไม่ร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ และ
                                                                                              ิ
                 ละเมิดจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๑๒ วรรคแรก ที่ว่า “เมื่อจะพพากษาหรือ
                 มีค าสั่งในคดีเรื่องใด ผู้พพากษาจักต้องละวางอคติทั้งปวงเกี่ยวกับคู่ความหรือคดีความเรื่องนั้น ทั้งจักต้อง
                                     ิ
                 วินิจฉัยโดยไม่ชักช้า และไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด”

                         ตัวอย่างในส่วนของข้าราชการศาลยุติธรรม
                         การประชุมคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม

                 ๒๕๖๔ มีการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับนาง ก. ซึ่งมีหน้าที่กับการ

                 ปฏิบัติหน้าที่ของนางสาว ข. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน แต่กระท าการหรือละเว้นหน้าที่การ
                 ปฏิบัติหน้าที่ราชการจนเป็นเหตุให้นางสาว ข. อาศัยโอกาสดังกล่าวทุจริตน าเงินของทางศาลไปใช้

                                                                            ั
                 ประโยชน์ส่วนตัว ท าให้เสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง ซึ่งข้อเท็จจริงฟงได้ว่านาง ก. ได้ท าการตรวจสอบ
                 การบัญชีและการเงินของศาลเป็นปกติตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ แต่หลังจากที่นางสาว ข. มาปฏิบัติหน้าที่
                 งานการเงินและบัญชี นาง ก. ไม่ได้ด าเนินการดังกล่าว ทั้งเมื่อมีผู้มาปฏิบัติหน้าที่แทนตนเอง นาง ก. ก็ได้

                 สอนให้ไม่ต้องตรวจสอบ จนเป็นเหตุให้นางสาว ข. กระท าการทุจริตเบียดบังเงินของศาลเป็นเวลาต่อเนื่อง
                 ยาวนานและเกิดความเสียหายแก่ราชการของศาลยุติธรรมเป็นจ านวนมาก พฤติการณ์จึงเป็นความผิด

                 วินัยอย่างร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของ

                 คณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ
                 อย่างร้ายแรงตามมาตรา ๘๕ (๗) ประกอบมาตรา ๘๒ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

                 พ.ศ. ๒๕๕๑ เห็นควรลงโทษปลดออกจากราชการ ผู้เขียนเห็นว่ากรณีนี้ยังเป็นการละเมิดจริยธรรม
                 ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ข้อ ๗ ที่ว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรมจักต้องระมัดระวัง

                 ไม่ประมาทเลินเล่อ และจักต้องละเอียด รอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ”
   2228   2229   2230   2231   2232   2233   2234   2235   2236   2237   2238