Page 2305 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2305

๒๒๘๗





               แนวคิดเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น (Empathy)

                       การด าเนินชีวิตประจ าวันและการท างานของคนทั่วไปในแต่ละวันนั้น เกี่ยวข้องอยู่กับการคิดและการ

               ตัดสินใจที่จะกระท าหรือไม่กระท าสิ่งใดอยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เราก็ต้องเริ่มคิดว่าจะท า
                                      ั
               สิ่งใดก่อนหลัง การปฏิสัมพนธ์กับผู้คน รวมทั้งการปฏิบัติงานให้ส าเร็จลุล่วงไปในแต่ละวันก็ล้วนเป็นเรื่องที่ต้อง
               อาศัยการคิดและการกระท าทั้งสิ้น ซึ่งมารี อาร์ มิยาชิโร (Marie R. Miya Shiro) ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและการ

                 ั
               พฒนาองค์กร ผู้เขียนหนังสือชื่อ The Empathy Factor อธิบายว่า เราอยู่ในโลกที่มีสามมิติ แต่การท างานของ
               มนุษย์ในปัจจุบันเราใช้แค่สองมิติ คือ มิติที่อยู่บนฐานคิด (Thinking) และมิติที่อยู่บนฐานกาย (Doing) คือการ

               กระท า ในขณะที่มิติที่ ๓ คือฐานใจ (Mind/ Emotion/ Feeling) ซึ่งมีความส าคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันขาดหายไป

               เป็นการท างานที่ขาดความเข้าใจในอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งน าไปสู่ความใจบอด (Mind Blindness หรือ
               Empathy Blindness) มิยาชิโรได้ศึกษาเกี่ยวกับการสื่อสารแบบไม่ใช้ความรุนแรง (Non Violent

               Communication หรือ NVC)  และสังเกตเห็นว่าในองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน มักจะละเลยเรื่อง
               ความรู้สึก และความต้องการหรือความจ าเป็น (Needs) ของคน เธอได้เห็นที่ท างานที่เต็มไปด้วยสิ่งที่เธอเรียกว่า

               “silent pain” หรือ “ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่เงียบ ๆ” ซึ่งเธอประเมินว่ามีประมาณร้อยละ ๓๐ ถึงร้อยละ ๕๐

                                                       ั
                          ู
                                                                              ู
               ของเรื่องที่พดกันในที่ท างานมักจะไม่ได้รับการฟง หรือเรามักไม่ได้ยินเสียงพดเหล่านั้น หลังจากน าการสื่อสารที่ไม่
               ใช้ความรุนแรง หรือ NVC ไปใช้ เธอพบด้วยความประหลาดใจว่าได้น าไปสู่ความเปลี่ยนแปลงคนที่ท างานด้วยกัน
               โดยสมาชิกเริ่มฟงกันและกันมากขึ้น เกิดการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ท าให้สามารถมองเห็น รู้สึก และเข้าใจใน
                             ั
                                                                                        ั
                                ื่
               ประสบการณ์ของเพอนร่วมงานอย่างที่เขาเห็น รู้สึก และมีประสบการณ์นั้น ๆ การรับฟงกันอย่างลึกซึ้ง ก่อให้เกิด
                                                                      ื่
               สภาพการท างานที่สร้างสรรค์ สมาชิกได้เห็นคุณค่าของการที่เพอนร่วมงานต้องการให้คนอน ๆ ให้ความสนใจ
                                                                                             ื่
               ยอมรับ และแสดงความนับถือในงานของเขา และเพยงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความรู้สึกและเข้าใจในอารมณ์
                                                           ี
               ของกันและกันดังกล่าว ก็ท าให้เกิดประสิทธิภาพในการท างานขึ้นมาทันที
                                                                           ๑๑

                       ค าว่า Empathy มีรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมันว่า “Einfühlung” ซึ่งโรเบิร์ต วิชเชอร์ (Robert Visher
               ค.ศ. ๑๘๔๗ – ๑๙๓๓) นักปราชญ์ชาวเยอรมันเป็นผู้ริเริ่มน ามาใช้ในช่วงปลายศตวรรษที่ ๑๙ (ค.ศ.๑๘๗๓) แปล

                                                      ๑๒
               ตามศัพท์ได้ว่า “รู้สึกเข้าไปใน” (feeling into)  ซึ่งนักวิชาการให้ความหมายว่า เป็นความสามารถในการร่วมรู้สึก


                       ๑๑  Marie R. Miyashiro (2011) The Empathy Factor. Puddle Dancer Press. อ้างใน วันชัย วัฒนศัพท์ และภัทร
               วุฒิ วัฒนศัพท, ผู้น าน าการเปลี่ยนแปลง: คู่มือและเครื่องมือการพฒนาด้วยกระบวนการสุนทรียปรัศนีและการสื่อสารอย่าง
                          ์
                                                                ั
               สร้างสรรค์สู่สันติธรรม, (ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา, ๒๕๖๑), หน้า ๘๒ - ๘๖.
                       ๑๒  Joanna Ganczarek Thomas Hünefeldt and Marta Olivetti Belardinelli, From “Einfühlung” to
               empathy: exploring the relationship between aesthetic and interpersonal experience [Online]. Available

               from : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5976702/. (Access date : 2021, August 1).
   2300   2301   2302   2303   2304   2305   2306   2307   2308   2309   2310