Page 2310 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2310

๒๒๙๒





                              ั
                                                                                                            ู
               ภายหลังได้ การฟงอย่างตั้งใจจึงมิได้หมายความถึงเฉพาะการฟังในสิ่งที่เขาพูด แต่รวมถึงการฟังในสิ่งที่เขาไม่ได้พด
               ด้วย ช่องทางในการรับฟังจึงไม่อาจอาศัยเพียงแคการได้ยินเสียง แต่ต้องอาศัยการท างานสอดประสานของประสาท
                                                       ่
               การรับรู้ทุกทาง เพื่อให้เกิดการรับฟังอย่างลึกซึ้ง หรือที่เรียกว่า ฟังด้วยใจ หรือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

                                                            ื่
                       การท าสิ่งใด ๆ โดยค านึงถึง ใจเขา ใจเรา เพอการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การไม่เบียดเบียน และการ
               ปฏิบัติต่อผู้อนอย่างเหมาะสมนั้น เป็นแนวทางการอยู่ร่วมกันที่มีการแนะน าสั่งสอนกันมาแต่โบราณ
                           ื่
               ในพระพุทธศาสนาก็มีปรากฏพุทธพจน์ในคัมภีร์พระธรรมบท (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ ข้อ ๒๐) ว่า

                              สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส   สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน


                              อตฺตาน  อุปม  กตฺวา      น หเนยฺย น ฆาตเย.

                       ซึ่งนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย กล่าวถึงความหมายของบาลีข้างต้นว่าหมายถึง “สรรพสัตว์ย่อม

               หวาดหวั่นต่อการถูกท าร้าย สรรพสัตว์ย่อมหวาดกลัวต่อมฤตยู บุคคลเปรียบเทียบตนกับคนอนแล้ว ไม่ควรท าร้าย
                                                                                            ื่
               หรือฆ่าใคร ทั้งไม่ควรให้ใครท าด้วย” และอีกบทหนึ่ง มีข้อความว่า

                              สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส   สพฺเพส  ชีวิต  ปิย


                              อตฺตาน  อุปม  กตฺวา      น หเนยฺย น ฆาตเย.


                       แปลความว่า “สรรพสัตว์ย่อมหวาดหวั่นต่อการถูกท าร้าย ชีวิตย่อมเป็นที่รักของสรรพสัตว์ บุคคล
               เปรียบเทียบตนกับคนอื่นแล้ว ไม่ควรท าร้ายหรือฆ่าใคร ทั้งไม่ควรให้ใครท าด้วย”


                                                            ั
                       ตามประวัติของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า พนเอกช่วง เชวงศักดิ์สงคราม นายกสภามหาวิทยาลัยแพทย์
               ศาสตร์ท่านแรกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขในขณะนั้น เป็นผู้รับภาระจัดหาค าขวัญที่เหมาะสมให้แก่
                                                               ุ
               มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ และได้เสนอค าว่า “อตฺตาน  อปม  กเร” ตามค าแนะน าของพระเถระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่ง
                                                                                                     ุ
                                             ้
               ซึ่งคณะกรรมการมหาวิทยาลัยเห็นพองด้วย โดยดัดแปลงมาจากข้อความในวรรคข้างต้นที่ว่า อตฺตาน  อปม  กตฺวา
                                                                          ึ
                                                                                                       ื่
               โดยแปลงค าว่า กตฺวา ซึ่งแปลว่า ท าแล้ว เป็นค าว่า กเร ที่แปลว่า พงท า ด้วยเหตุผลทางไวยากรณ์ เพอให้สื่อ
               ความหมายได้ในประโยคเดียว แปลตามศัพท์ได้ว่า “(เขาหรือเธอ) พึงท าซึ่งตน ให้เป็นเครื่องเทียบ” แปลเอาความ
                                                                                                           ื่
                     ึ
               ว่า “พงท าตนให้เป็นอปมา” อธิบายได้ว่า คนเราต่างรักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน หัวอกเราอย่างไร หัวอกคนอน
                                  ุ
               ก็อย่างนั้น เมื่อจะท าสิ่งใด ให้ลองนึกดูเสียก่อนว่า หากมีผู้มากระท าเช่นนั้น เราจะมีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งตรงกับ
               ค าว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา และเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของบุคลากรทางด้านสาธารณสุขมาจนถึงปัจจุบัน
                                                                                                         ๒๒


                       ๒๒  อาชว์ภูริชญ์ น้อมเนียน, เปิดที่มา “อตฺตาน  อุปม  กเร” ค าขวัญก าลังใจของบุคลากรสาธารณสุขไทย [ออนไลน์].

                                                                         ี่
               เข้าถึงได้จาก : https://www.silpa-mag.com/history/article_47799. (วันทค้นข้อมูล : ๒๕๖๔, ๙ สิงหาคม).
   2305   2306   2307   2308   2309   2310   2311   2312   2313   2314   2315