Page 2312 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2312
๒๒๙๔
การยกระดับคุณภาพการให้บริการของศาลยุติธรรมด้วยทักษะการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
การด าเนินงานของศาลยุติธรรมมีลักษณะเป็นบริการสาธารณะทางปกครองประเภท การอานวยความ
ื่
ยุติธรรม ซึ่งมีวัตถุแห่งบริการเพอสนองความต้องการของประชาชน ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยสะดวก
รวดเร็ว ประหยัด ทั่วถึง และเป็นธรรม แต่การด าเนินงานจะบรรลุผลส าเร็จสามารถส่งมอบบริการที่เป็นเลิศให้แก่
ประชาชนได้หรือไม่นั้น มีปัจจัยส าคัญที่เกี่ยวข้องประการหนึ่งคือ คนในองค์กร หากองค์กรได้คนเก่ง คือ คนที่มี
ี
ความรู้ ทักษะ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการท างาน อกทั้งเป็นคนดี ที่มีบุคลิกภาพ ทัศนคติ แรงจูงใจ
ื่
สไตล์การท างานที่เหมาะสม มีทักษะในการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อน ก็จะสามารถท างานร่วมกันได้อย่างมี
ี
คุณภาพ มีความรักความสามัคค และมีพลังในการขับเคลื่อนภารกิจของศาลยุติธรรมให้ประสบผลส าเร็จสามารถส่ง
มอบบริการที่ตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของประชาชน แต่หากคนในองค์กรขาดความพร้อมโดยเฉพาะ
ทางด้านจิตใจ ไร้ทักษะในการเข้าใจผู้อน ก็เกิดปัญหาตั้งแต่การท างานร่วมกัน ไปจนถึงปัญหาคุณภาพของการ
ื่
ให้บริการต่อประชาชน ดังนั้น การจะยกระดับคุณภาพการให้บริการของศาลยุติธรรม จึงต้องเริ่มที่การพฒนา
ั
ื่
ทักษะในการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อน เพอให้คนในองค์กรแสดงออกต่อกันอย่างเหมาะสม มีความเข้าอก
ื่
เข้าใจกัน อนจะน าไปสู่บรรยากาศการท างานที่ดี ส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี และมีแรงจูงใจให้ปฏิบัติงาน
ั
ื่
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ทักษะในการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อน เพอการ
ื่
เข้าถึงความต้องการและสามารถให้บริการที่ตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของประชาชน รวมทั้งการขยาย
ู
ื่
ื้
ู
้
ื้
การฝึกฝนทักษะดังกล่าวไปสู่ผู้เข้ารับการฟนฟในกระบวนการแกไขบ าบัดฟนฟของศาล เพอยกระดับจิตใจ ให้รู้จัก
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งจะน าไปสู่การแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสม สามารถกลับไปอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคม
ได้โดยปกติสุข โดยมีแนวทางด าเนินการดังต่อไปนี้
๑) การพัฒนามนุษยสัมพันธ์ในองค์กรเพื่อการให้บริการที่ดี
บุคลากรของศาลยุติธรรมประกอบด้วยข้าราชการสองประเภท คือ ข้าราชการตุลาการ ซึ่งท างานด้าน
พิจารณาพิพากษาคดี และอาจจะสลับไปท างานด้านบริหารบ้างเมื่อมีอาวุโสสูงพอที่จะขอย้ายไปท างานในต าแหน่ง
ดังกล่าว กับข้าราชการศาลยุติธรรม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนงานของตุลาการ ด้วยหน้าที่ซึ่งต้องปฏิบัติต่อกันใน
ลักษณะนี้ จึงเกิดความเคยชินอย่างหนึ่งขึ้นในองค์กรศาลยุติธรรม คือ ผู้พพากษา (ข้าราชการตุลาการ) เป็นผู้ออก
ิ
ิ
ค าสั่ง และเจ้าหน้าที่ (ข้าราชการศาลยุติธรรม) เป็นผู้ปฏิบัติ นอกจากนี้งานพิจารณาพพากษาคดีของผู้พพากษาก็มี
ิ
ิ
ลักษณะเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงข้อกฎหมายแล้วมีค าพพากษาหรือค าสั่ง ซึ่งเป็นการท างานบนฐานของการคิด
(Thinking) และการกระท า (Doing) จนบางครั้งการท างานร่วมกันในศาลจึงอาจหลงลืมที่จะใช้ฐานใจ (Mind/
Emotion/ Feeling) ดังที่กล่าวไว้ตอนต้น ส่วนเจ้าหน้าที่เองเมื่อต้องท างานตามค าสั่งซ้ า ๆ แม้บางครั้งจะไม่เห็น
ั
ด้วย หรือมีข้อเสนอแนะแต่ไม่ได้รับการรับฟง ก็จะหยุดคิดและแค่รอปฏิบัติตามค าสั่ง กลายเป็นคนท างานที่ขาด

