Page 2317 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2317
๒๒๙๙
๓) การสร้างการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นในกระบวนการแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูเพื่อคืนคนดีสู่สังคม
ิ
ศาลยุติธรรมนอกจากมีอานาจหน้าที่ในการพจารณาพพากษาคดีแล้ว ยังมีภารกิจเกี่ยวข้องกับการแก้ไข
ิ
ื้
บ าบัดฟนฟผู้กระท าความผิด โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในคดีของศาลเยาวชนและครอบครัว ดังนั้น ใน
ู
ื่
้
กระบวนการแกไข บ าบัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชนที่กระท าความผิดเพอคืนคนดีสู่สังคม หากมีการออกแบบกิจกรรม
ั
ิ่
ที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้พฒนาความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อน ก็จะช่วยเพมทักษะทางสังคม
ื่
ลดปัญหาความขัดแย้งในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และลดปัญหาการกระท าผิดซ้ าของเด็กและเยาวชนได้
เมื่อปี ๒๕๕๐ ผู้เขียนย้ายไปรับราชการที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว (ปัจจุบัน
คือศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์) และพบว่าในช่วงเวลานั้นจังหวัดเพชรบูรณ์มีปัญหาเด็กและ
เยาวชนแข่งรถในทางสาธารณะและยกพวกตีกันในงานที่มีการแสดงดนตรี หรืองานเทศกาลต่าง ๆ อยู่เป็นประจ า
หลายคดีศาลให้โอกาสจ าเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โดยรอการลงโทษหรือรอการก าหนดโทษให้ แต่เด็กหรือ
เยาวชนส่วนหนึ่งก็กลับไปกระท าผิดซ้ าในลักษณะเดียวกันจนถูกจับกุมเป็นคดีใหม่ขึ้นอก ก่อให้เกิดปัญหาความ
ี
ื้
ิ
ิ
ขัดแย้งและสร้างความเดือดร้อนแก่สุจริตชนในพนที่เป็นอย่างมาก คณะผู้พพากษาและผู้พพากษาสมทบในศาล
จังหวัดเพชรบูรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวกับผู้บริหารโรงพยาบาลเพชรบูรณ์จึงประชุมปรึกษากันเพอหา
ื่
แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว แล้วได้ร่วมกันจัดท าโครงการแก้ไข ฟนฟ เด็กและเยาวชนกระท าความผิด โดยศาล
ื้
ู
จังหวัดเพชรบูรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวคัดเลือกเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะกระท าผิดซ้ าในข้อหา
ดังกล่าวจ านวนหนึ่ง ส่งไปช่วยท างานในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ แล้วให้โรงพยาบาลประเมินผล
ื่
การปฏิบัติงานและความประพฤติของเด็กและเยาวชนที่ร่วมโครงการแล้วรายงานให้ศาลทราบ เพอประกอบการ
พิจารณาพิพากษาคดี
การช่วยท างานที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลตามโครงการดังกล่าว ในแต่ละวันเด็กและเยาวชนที่ร่วม
โครงการจะได้พบเห็นและท างานดูแลผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุจากการใช้รถ และได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย
จากเหตุทะเลาะวิวาทอย่างใกล้ชิด ได้เห็นทุกขเวทนาของผู้ประสบเหตุและผู้เสียหาย ตลอดจนความสูญเสียที่เกิด
ขึ้นกับครอบครัวของบุคคลเหล่านั้นอยู่ซ้ า ๆ ตลอดเวลาที่ร่วมโครงการ ซึ่งผลการประเมินของโรงพยาบาลที่ส่งไป
ยังศาลเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจว่า เด็กและเยาวชนที่ร่วมโครงการมีความตระหนักถึงโทษภัยของพฤติกรรมการ
แข่งรถและการก่อเหตุทะเลาะวิวาทมากยิ่งขึ้น มีความเห็นอกเห็นใจผู้อนมากขึ้น และส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือใน
ื่
การด าเนินงานโครงการด้วยดี ซึ่งเมื่อศาลน ามาประกอบการพจารณาให้เป็นคุณ โดยรอการลงโทษหรือรอการ
ิ
ก าหนดโทษ ก็ไม่ปรากฎว่าเด็กหรือเยาวชนกลุ่มนี้กลับไปกระท าความผิดซ้ าอก อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่ผู้เขียนรับ
ี
ราชการอยู่ที่ศาลดังกล่าว

