Page 2316 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2316

๒๒๙๘





                                                                                   ิ
                                                                                           ิ
               ประชาชนผู้รับบริการ โดยบุคลากรบางส่วนอาจมองว่างานของศาลเป็นการพจารณาพพากษาคดี ซึ่งผลค า
                 ิ
                                     ้
               พพากษาท าให้มีฝ่ายที่แพและชนะคดี จึงไม่อาจตอบสนองความต้องการของคู่ความหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้
               โดยเฉพาะคู่ความฝ่ายที่แพคดีและต้องถูกบังคับตามค าพพากษาหรือค าสั่ง ย่อมไม่พงพอใจในผลค าพพากษาเป็น
                                                                                                   ิ
                                      ้
                                                              ิ
                                                                                     ึ
                                 ิ
               ธรรมดา แต่ระหว่างพจารณาบางคดีคู่ความอาจต้องมาติดต่อราชการกับทางศาลหลายครั้ง หากบุคลากรของศาล
               ยุติธรรมให้บริการด้วยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองเห็นความเดือดร้อนของผู้มีคดีความที่ต้องมาด าเนินกระบวน
               พิจารณาที่ศาล และให้การช่วยเหลือดูแลอย่างเข้าใจ ก็จะท าให้คู่ความและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความสะดวก ลด

               ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายที่ไม่จ าเป็นได้ แต่หากบุคลากรของศาลปฏิบัติหน้าที่ไปตามตัวบทกฎหมายและความเคยชิน

               มิได้ค านึงถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละคดี ก็จะอาจเกิดผลที่ตรงข้ามกัน เช่น การปล่อยชั่วคราวในคดีอาญาที่เป็น

               ความผิดเล็กน้อย พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง และไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยจะหลบหนี หรือไปยุ่ง

               เหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ศาลอาจจะเลือกปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกันหรือมี

                                                         ๒๘
               ประกัน หรือมีประกันและหลักประกันด้วยก็ได้  หากศาลเลือกใช้วิธีการปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและ
                                           ิ
               หลักประกัน ซึ่งเป็นการใช้ดุลยพนิจที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้เรียกหลักประกันสูงจนเกินควรก็ตาม แต่ถ้า
               ผู้ต้องหาหรือจ าเลยมีฐานะยากจน ไม่สามารถหาหลักประกันได้ ก็จะต้องถูกขังในระหว่างสอบสวนหรือระหว่าง

                 ิ
                                                                        ิ
               พจารณา ทั้งที่ศาลสามารถใช้วิธีการปล่อยชั่วคราวโดยวิธีอนได้ การพจารณาสั่งในลักษณะนี้อาจเกิดจากความเคย
                                                                ื่
               ชินในการปฏิบัติหน้าที่ในคดีก่อน ๆ โดยอาจจะมองว่าเป็นเพยงหนึ่งในหลาย ๆ คดีที่เคยสั่งไปในลักษณะเดียวกัน
                                                                  ี
                                                                                                     ื่
               เท่านั้น แต่หากปรับแนวทางเป็นการปฏิบัติงานด้วยความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อน โดยฟง
                                                                                                            ั
               ข้อเท็จจริงจากผู้ต้องหาหรือจ าเลยและผู้เกี่ยวข้องอย่างเข้าใจ แล้วลองมองสถานการณ์ผ่านความรู้สึกของผู้ต้องหา

               หรือจ าเลย หรือคิดถึงใจเขาใจเรา โดยผู้สั่งลองสมมติตนว่าเป็นผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีนั้น ก็จะทราบได้ทันทีว่า

               ภายใต้กรอบของกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติงานที่มีอยู่ตนควรสั่งปล่อยชั่วคราวคดีนั้นอย่างไร ถ้าบุคลากรของ

                                                                                    ื่
               ศาลยุติธรรมทุกภาคส่วนปฏิบัติงานด้วยทักษะในการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อน (Judicial Empathy) อย่าง
               แท้จริง จะท าให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะให้บริการที่เป็นเลิศแก่ประชาชนจากความรู้สึกภายในจิตใจของตนเอง

                                                                                            ี
                                                                                                ี
                                                              ิ
               โดยไม่จ าต้องออกค าแนะน าหรือแนวทางในการใช้ดุลพนิจเพอก ากับการปฏิบัติงานโดยละเอยดอก วิธีเดียวกันนี้
                                                                  ื่
                                                                                                    ี
               ยังสามารถใช้เป็นมาตรวัดความเหมาะสมในการปฏิบัติต่อผู้อื่นที่อยู่ร่วมกันในครอบครัวและในสังคมได้อกด้วย




                       ๒๘  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๐๘/๑.
   2311   2312   2313   2314   2315   2316   2317   2318   2319   2320   2321