Page 2323 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2323
๒๓๐๕
The Court of Justice has continuously developed the mediation system since 1994
and it has been still developing until now. The mediation principle of the Court of Justice
comes from the western mediation principles, which focus on the issue and dispute
resolution process.
For the Buddhist principles is the method used by Buddha to resolve conflicts in
the Buddhist era, as shown in the Tripitaka that Buddhist principles has been suitable
applied for each dispute and will help mediation to solve the conflicts in effective way.
Keywords: Buddhist Principles, Mediation, Mediators
บทน า
ิ
ั
ส านักงานศาลยุติธรรมมีนโยบายส่งเสริม สนับสนุน พฒนางานการไกล่เกลี่ยข้อพพาทมาอย่าง
ต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2561 - 2564 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังก าหนดเป้าประสงค์
ให้เพมระดับสมรรถนะของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพพาท การไกล่เกลี่ยของ
ิ่
ิ
ศาลยุติธรรมด าเนินการภายใต้หลักการส าคัญ 3 ประการ คือ แยกคน แยกห้อง และแยกส านวน หมายถึง
แยกผู้ไกล่เกลี่ยกับผู้ตัดสินคดี แยกห้องไกล่เกลี่ยกับห้องพจารณาคดี และแยกส านวนไกล่เกลี่ยออก
ิ
จากส านวนคดี ศาลยุติธรรมน าระบบการไกล่เกลี่ยมาใช้ควบคู่กับการพจารณาคดีเพราะเล็งเห็นว่า
ิ
ิ
เป็นวิธีการระงับข้อพพาทที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เป็นธรรม และยังส่งเสริมการอยู่
ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ ซึ่งสอดคล้องกับของนโยบายประธานศาลฎีกา ข้อ 1. ที่ก าหนดว่า ประชาชนต้อง
ได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค ลดขั้นตอน ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการด าเนินคดี และปฏิบัติ
ต่อผู้เกี่ยวข้องในการด าเนินคดีอย่างเหมาะสมเท่าเทียม ปัจจัยส าคัญที่ท าให้กระบวนการไกล่เกลี่ย
ของศาลยุติธรรมประสบความส าเร็จ คือ ผู้ประนีประนอมซึ่งท าหน้าที่ควบคุมกระบวนการไกล่เกลี่ย
ข้อพิพาท
หากดูเฉพาะสถิติคดีที่ท าการไกล่เกลี่ยส าเร็จในแต่ละปี ถือว่าระบบการไกล่เกลี่ยของศาลยุติธรรม
ี
ประสบความส าเร็จมากพอสมควร แต่จากการศึกษาในรายละเอยดพบว่าระบบการไกล่เกลี่ย
ั
ของศาลยุติธรรมยังมีส่วนที่ต้องพฒนาอกมาก โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องทักษะการไกล่เกลี่ยของ
ี
ิ
ผู้ประนีประนอม และจากประสบการณ์ของผู้เขียนที่รับหน้าที่ดูแลศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพพาทในศาลที่ย้ายไป
รับราชการมาตลอด 18 ปี เห็นว่า ผู้ประนีประนอมส่วนใหญ่ให้ความส าคัญกับการไกล่เกลี่ยเพอให้คดีเสร็จ
ื่
ไป มากกว่าการช่วยแก้ไขความขัดแย้งของคู่พพาท ผลที่ตามมา คือ คดีเสร็จไปจากศาล แต่ความขัดแย้ง
ิ
ของคู่พิพาทยังคงอยู่ ซึ่งไม่น่าจะใช่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการไกล่เกลี่ย
จากการศึกษาคัมภีร์ทางพทธศาสนาเถรวาทพบว่า ในสมัยพทธกาลพระพทธเจ้าทรงใช้วิธี
ุ
ุ
ุ
การไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในหลายกรณี และสามารถยุติความขัดแย้งยุติลงได้เกือบทุกกรณี

