Page 2328 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2328
๒๓๑๐
ิ
การโต้เถียงกัน ที่ส าคัญผู้ประนีประนอมจะต้องแจ้งให้คู่พพาทตระหนักว่าการไกล่เกลี่ยเป็นเรื่องของ
ลดหย่อนให้แก่กันเพื่อให้เกิดข้อตกลงในการยุติข้อพิพาท
2. การค้นหาความต้องการที่แท้จริง
ิ
ิ
เป็นขั้นตอนการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของคู่พพาท โดยใช้วิธีการให้คู่พพาทแต่ละฝ่าย
น าเสนอข้อเท็จจริง ข้อเรียกร้อง หรือความต้องการของฝ่ายตน เมื่อได้ข้อมูลจากคู่พพาทครบถ้วน
ิ
ผู้ประนีประนอมจึงน ามาวิเคราะห์ แยกแยะ จับประเด็นหาความต้องการที่แท้จริงของคู่พพาท
ิ
ว่าข้อเรียกร้องที่คู่พพาทแสดงออกตรงกับความต้องการที่แท้จริง หรือไม่ และมีประเด็นใดที่แตกต่างกัน
ิ
จนลดหย่อนแก่กันไม่ได้ จึงก าหนดเป็นประเด็นที่จะท าการไกล่เกลี่ย
3. การตรวจสอบประเด็นข้อพิพาท
เป็นขั้นตอนที่ผู้ประนีประนอมใช้ตรวจสอบว่าประเด็นที่ก าหนดไว้ตรงกับความต้องการที่
ิ
ั
แท้จริงของคู่พพาท หรือไม่ ขั้นตอนนี้ผู้ประนีประนอมอาจใช้วิธีการแยกประชุมกบคู่พพาทที่ละฝ่าย เพื่อให้
ิ
ิ
ื่
คู่พพาทบอกเล่าข้อเท็จจริงที่อยู่เบื้องหลังข้อเรียกร้อง เพอน าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาความต้องการ
ที่แท้จริงของคู่พิพาท
4. การแก้ไขปัญหาข้อพิพาท
ิ
ิ
เป็นขั้นตอนการน าประเด็นข้อพพาทมาสรุปว่า มีประเด็นใดที่คู่พพาทรับกันได้บ้าง ประเด็นใด
ที่แตกต่างกันและลดหย่อนให้แก่กันไม่ได้ จึงจะท าการไกล่เกลี่ย โดยให้คู่พพาทแต่ละฝ่ายเสนอทางออกใน
ิ
ิ
การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หากข้อเสนอของคู่พพาทยังไม่เป็นที่ยอมรับ ผู้ประนีประนอมจึงอาจเสนอ
ทางเลือกอื่นที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
5. การท าสัญญาประนีประนอมยอมความ
ิ
ื่
เมื่อคู่พพาทสามารถหาข้อตกลงเพอการยุติข้อพพาทได้แล้ว ผู้ประนีประนอมควรตรวจดูใน
ิ
ิ
เบื้องต้นว่า ข้อตกลงดังกล่าวตรงตามเจตนาของคู่พพาท และสามารถบังคับได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
ื่
ิ
หรือไม่ เมื่อเห็นว่าถูกต้องจึงให้คู่พพาทท าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และลงลายมือชื่อเพอเสนอ
10
ศาลมีค าพิพากษาตามยอม
ุ
แนวคิดทางพุทธศาสนาเถรวาทเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้ง พทธศาสนามองว่าความขัดแย้งมี
สภาวะเช่นเดียวกับทุกข์ ที่ไม่อาจคงตัวอยู่ในสภาพเดิม มีความบีบคั้น กดดันอยู่ในตัว และกับสิ่งรอบข้าง
11
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส
แบ่งความขัดแย้งออกตามเหตุปัจจัยแห่งการเกิดออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ความขัดแย้งจากเหตุปัจจัยภายใน
ความขัดแย้งจากเหตุปัจจัยภายในเกิดจากปปัญจธรรม ที่ประกอบด้วย ตัณหา ทิฏฐิ หรือมานะ
ของคู่พิพาท และเกิดจากอกุศลมูล ที่ประกอบด้วยโลภะ โทสะ หรือโมหะ ของคู่พิพาท
10 ส านักงานศาลยุติธรรม, คู่มือการระงับข้อพิพาททางเลือกส าหรับประชาชน, พิมพ์ครั้งที่ 4, (กรุงเทพมหานคร:
ส านักระงับข้อพิพาท, 2559), หน้า 17 - 20.
11 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส “รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี: ศึกษาวิเคราะห์กรณีลุ่มน้ า
ี
แม่ตาชาง จ.เชยงใหม่”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
้
วิทยาลัย), 2547, หน้า 119 - 124.

